ข่าว

ภาค ปชช.ยื่น 4ข้อกม.อีอีซี  หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม

ภาค ปชช.ยื่น 4ข้อกม.อีอีซี หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม

09 ต.ค. 2560

ภาคปชช.ยื่น 4 ข้อให้สนช.พิจารณากม..อีอีซี หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม ด้าน 'สุรชัย' ขอให้มั่นใจ รธน.คุ้มครองอยู่ ขัดหรือแย้งไม่ได้

            9 ต.ค.60- ที่รัฐสภา นายกัญจน์ ทัตติยกุล  ผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ได้นำตัวแทนกลุ่มเข้ามายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)คนที่ 1 เพื่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) พิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวโดยให้คำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

           นายกัญจน์ กล่าวว่า กลุ่มศึกษาการพัฒนาฯได้ขอให้สิทธิรัฐธรรมนูญมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญ ในการเสนอแนะต่อหน่วยงานรัฐในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวให้อยู่ภายใต้หลักการ 4 ด้าน ได้แก่ 1.รัฐต้องมีการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งตะวันออกให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม และมีแนวทางจัดการปัญหาในระยะยาวอันเป็นที่ยอมรับได้ของประชาชนก่อนที่จะมีการพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มขึ้น 2.รัฐต้องไม่เร่งรัดโครงการหรือกิจการที่อาจจะก่อผลกระทบในวงกว้างที่ปัจจุบันมีการคัดค้านอยู่ โดยขอให้มีการศึกษาทางเลือกและผลกระทบอย่างรอบด้านก่อน และต้องให้ประชาชนร่วมพิจารณาความเหมาะสมของโครงการด้วย

                นายกัญจน์ กล่าวว่า 3.รัฐต้องมีการปฎิบัติมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญโดยสมบูรณ์ด้วยในกระบวนการตรากฎหมายเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ เพราะการที่สนช.มีมติรับหลักการไปก่อนหน้านี้นั้นยังขาดการรับฟังความคิดเห็นก่อน ทำให้กฎหมายยังมีจุดอ่อนที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายเรื่อง เช่น ขาดการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ และ 4.รัฐต้องจริงจังกับความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาของประชาชนในภาคตะวันออก เพื่อให้การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเป็นตัวอย่างการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่แท้จริง ขอให้รัฐจริงจังกับความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา ไม่เพียงแต่กับนักลงทุนและผู้ประกอบการเท่านั้น

               ด้านนายสุรชัย กล่าวว่า จะนำข้อเสนอทั้งหมดนี้ส่งไปให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับผิดชอบกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม ขอให้มั่นใจว่าการตรากฎหมายฉบับนี้จะต้องอยู่ภายใต้มาตรา 58 ของรัฐธรรมนูญ กล่าวคือ การดำเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดําเนินการถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดําเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน   

               " ขอให้สบายใจได้เพราะรัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองอยู่แล้ว ทำให้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ ขณะเดียวกัน ส่วนตัวคิดว่าการดำเนินโครงการเหล่านี้จะต้องคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยเพื่อให้การพัฒนาเกิดความสมดุล เพราะในอดีตเคยมีบทเรียนมาแล้วจากการที่มีการพัฒนาแต่สร้างปัญหาทางสิ่งแวดล้อม"รองประธาน สนช. คนที่ 1กล่าว