
"พิมล"ผวาทุจริต เลือกตั้งประธานเทควันโดโลก
"บิ๊กเอ" พิมล ศรีวิกรม์ นายกเทควันโดไทย ยอมรับ หวั่นมีทุจริตเลือกตั้งประธานสหพันธ์เทควันโดโลก วันที่ 13 ต.ค.ที่เดนมาร์ก โดยเฉพาะการลงคะแนนเสียงและการตรวจนับคะแนนต้องจับตาดูให้ดี ระบุ ดร.โช วอน ชู ประธานคนเก่ายังมีบารมีอยู่ แต่หากสู้กันบนพื้นฐานความยุติธร
นายพิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย นำคณะนักเทควันโดทีมชาติ ชุดร่วมแข่งขันศึกชิงแชมป์โลก 2009 ที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เข้าอวยพรเนื่องในโอกาสครบรอบ 56 ปีธนาคารอาคารสงเคราะห์กับ นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สี่แยกอสมท
นายขรรค์ กล่าวว่า ธอส.พร้อมให้การสนับสนุนกีฬาเทควันโดยาวไปจนถึงโอลิมปิกเกมส์ปี 2012 ที่ประเทศอังกฤษ โดยมีเป้าหมายคว้าเหรียญทองกลับมาให้สำเร็จ ทั้งนี้อยากให้นักกีฬาทุกคนตั้งใจฝึกซ้อมและพัฒนาฝีมือตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ส่วนในศึกเวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งจะมีขึ้นที่เดนมาร์ก ก็อยากให้นักกีฬาประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองกลับมา ก่อนเดินทางไปแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ประเทศลาว ปลายปีนี้
ขณะที่ นายพิมล ได้กล่าวถึงการเลือกตั้งประธานสหพันธ์เทควันโดโลกที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ว่า ขณะนี้เสียงตอบรับจากชาติสมาชิกที่มีต่อ ดร.ณัฐ อินทรปาณ เป็นไปในทิศทางที่ดี เห็นได้จากการเดินสายขอเสียงสนับสนุนในทวีปต่างๆ แต่ก็ต้องระมัดระวัง ดร.โช วอน ชู ประธานสหพันธ์เทควันโดโลกคนเก่าให้ดี เพราะยังมีฐานเสียงและกุมอำนาจเก่าอยู่ โดยเฉพาะในแถบเอเชีย ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้หากสู้กันด้วยพื้นฐานความบริสุทธิ์ยุติธรรม ส่วนตัวไม่หนักใจเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะแพ้ก็ยังยอมรับได้ แต่สิ่งที่ทีมงานทุกคนเป็นห่วง คือ การนับคะแนนเสียง และการหย่อนบัตรลงคะแนนจะต้องมีคนตรวจสอบที่ชัดเจน เพราะเกรงว่า อาจมีการทุจริตในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็เป็นได้
"ผมและคุณปรีชา ต่อตระกูล ในฐานะคณะทำงานการเลือกตั้งประธานสหพันธ์เทควันโดโลกของ ดร.ณัฐ อินทรปาณ จะเดินทางไปประเทศเดนมาร์กในวันที่ 8 ตุลาคม เพื่อไปสังเกตการณ์และพบปะกับชาติสมาชิกทั้ง 150 ประเทศ รวมไปถึงขอเสียงสนับสนุนในช่วงโค้งสุดท้ายด้วย เนื่องจากนโยบายการหาเสียงของ ดร.ณัฐ ค่อนข้างเป็นที่ถูกใจของทุกคน คือ หากเลือก ดร.ณัฐ เทควันโดจะไม่หลุดกีฬาโอลิมปิก รวมทั้งการบริหารงานสหพันธ์เทควันโดโลก จะไม่เฉพาะเจาะจงแค่คนเกาหลี แต่ทุกคนสามารถเข้ามาบริหารงานได้ และทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องของงบประมาณ ซึ่งแต่ละปีมีจำนวนมหาศาล" นายพิมล กล่าว



