
วิป3ฝ่ายให้กก.สมานฉันท์ยกร่างแก้รธน.6ประเด็น
วิป 3 ฝ่ายมีมติให้กก.สมานฉันท์ ยกร่างแก้รธน. 6 ประเด็น ก่อนนำเสนอ 1 ต.ค. แต่ไร้ข้อยุติยกร่าง 6 ร่างหรือร่างเดียว ให้ ส.ส.และส.ว.ร่วมลงชื่อยื่นญัตติแก้รธน. ไม่หวั่นถูกถอดถอน ดิเรกวอนทุกฝ่ายเลิกทิฐิทำเพื่อบ้านเมือง
เมื่อเวลา 14.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมวิป 3 ฝ่าย โดยมีนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา ในฐานะตัวแทนวิปวุฒิสภา นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปและศึกษาการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าร่วมประชุม
นายชินวรณ์ แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้คณะกรรมการสมานฉันท์ เป็นผู้ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็น ตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เป็นผู้เสนอ โดยให้ส.ส.ส.ว.ร่วมกันเพื่อเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนวิธีการยกร่างฯ จะเสนอรวมเป็น 1 ร่าง หรือ แยกเป็น 6 ร่าง และแนวทางของการมีส่วนร่วมของประชาชน ยังไม่มีข้อสรุป ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ตัวแทนของแต่ละฝ่ายไปหารือกันเอง แล้วนำมาเสนอต่อที่ประชุมอีกครั้งในวันที่ 1 ต.ค.โดยจะพูดถึงกรอบเวลาในการดำเนินการด้วย เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะนำเสนอต่อนายกฯ และประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ส.และ ส.ว.จะเข้าชื่อ ในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญครบทั้ง 311 คนหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวเลี่ยงว่า ต้องมีการแสวงหาความร่วมมือต่อไป แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายจะให้ความร่วมมือ ส่วนตนจะร่วมลงชื่อหรือไม่ ตนจะขอดูความชัดเจนก่อน
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ หากมีการรวบรวมรายชื่อส.ส.และส.ว.เพื่อเสนอญัตติ อาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 122 นายวิทยา กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญเราจะปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายทุกประการ ส่วนจะไม่ขัดรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ประเด็นต่อการแก้ไขหรือไม่ นั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ในส่วนของฝ่ายค้านยืนยันว่า ร่างแก้ไขจะต้องเป็นร่างเดียวเท่านั้น และเชื่อว่า ทุกฝ่ายก็จะเห็นด้วย ทั้งนี้ ที่ประชุมก็มีเสียงตอบรับที่ดี ส่วนการทำส.ส.ร. 3 คงไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีรัฐธรรมนูญรองรับ รวมทั้งการทำประชามติก็มีแต่จะสิ้นเปลือง
นายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอฝากไปยังส.ส.และส.ว.ทุกคนว่า การที่มีผู้ร้องให้ถอดถอนส.ส.และส.ว.ในการเข้าชื่อเพื่อยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ตนเอง ก็คงต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่จากการศึกษารัฐธรรมนูญพบว่า ในมาตรา 122 ห้ามส.ส.และ ส.ว.เข้าชื่อแก้ กฎหมายเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่ในมาตรา 291 เปิดให้ส.ส.และส.ว.แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ จึงขอบอกไปยังส.ส.และ ส.ว.ว่า การแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมขอให้ส.ส.และส.ว.วิตกกังวล
นายดิเรก กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่า การที่จะแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ ในเมื่อทั้ง 3 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะแก้ทั้ง 6 ประเด็น ว่าควรที่จะยกร่างแก้ไข เป็น ร่างเดียว เนื่องจาก หากทำเป็น 6 ร่าง อาจมี ส.ส.และ.ส.ว.ที่ไม่เห็นด้วย ก็จะไม่ยกมือ โหวตให้ จนไม่สามารถแก้ไขปัญหาความสมานฉันท์ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อสรุป ยังคงต้องรอการประชุมหารือร่วมกับนายกฯก่อน หากผลออกมาเป็นอย่างไร คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ก็น้อมรับ เชื่อว่า การยกร่างฯ จะใช้เวลาไม่นาน เพราะในคณะกรรมการฯ มีบุคคลที่ศึกษาเรื่องนี้อยู่แล้ว
ส่วนการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ทั้ง การทำประชามติ หรือ ประชาวิจารณ์ ก็ต้องหารือกันอีก ส่วนการไม่เห็นด้วยของกลุ่ม 40 ส.ว.กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ไม่เป็นปัญหา กลุ่ม 40 ส.ว.สามารถแก้ไขในชั้นญัตติได้ หากเขาจะไม่ลงชื่อในร่างแก้ไขฯ ก็ไม่เป็นไรก็ขอแค่ส.ส.และส.ว.ลงชื่อให้ครบตามจำนวนคือ 1 ใน 5 ก็พอแล้ว ส่วนการฟ้องร้องกรณีส.ส.และส.ว.ร่วมลงชื่ออาจขัดรัฐธรรมนูญ ขอร้องให้ทุกฝ่ายเลิกทิฐิมานะ เพื่อเห็นแก่บ้านเมือง



