
ออเดอร์สินค้าหัตถกรรมกระเตื้องรับคริสมาสต์-ปีใหม่
"นอห์แมกซ์" ยิ้มเศรษฐกิจกระเตื้อง ทำออร์เดอร์ ตปท.เพิ่ม 20-30% รับช่วงคริสมาสต์-ปีใหม่ วอนรัฐ-เอกชน หันใช้งานหัตถกรรมไทยเป็นของขวัญช่วยรากหญ้า ประมาณการณ์ยอดขายตลอดปี' 52 หดเหลือ 2,000 ล้านบาท ขณะที่ อุตฯ สิ่งทอไทยล้านนา ดิ้นรุกงานแฟร์-ค้าปลีกต่างประเทศ
นายณัฐพงษ์ หาญภัทรไชยกุล นายกสมาคมผู้ผลิตและส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มมีออเดอร์จากต่างประเทศเข้ามาเพิ่มมากขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้พิษเศรษฐกิจที่ลุกลามทั่วโลกทำให้ต่างประเทศยกเลิกหรือชะลอคำสั่งซื้ออกไป โดยตั้งแต่เดือนส.ค.ที่ผ่านมาก็มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศกระเตื้องขึ้น 20-30% โดยเฉพาะตลาดยุโรปและอเมริกา ซึ่งออร์เดอร์ดังกล่าวเตรียมสำหรับจำหน่ายในช่วงวันคริสมาสต์และขึ้นปีใหม่ สำหรับออร์เดอร์ในประเทศไทยก็เริ่มทยอยมีเข้ามาบ้างแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้ จากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ค่อนข้างจะกระเตื้องขึ้นเริ่มเห็นสัญญาณในแนวบวกออร์เดอร์ที่เข้ามาก็จะค่อยๆ ไต่ระดับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าขณะนี้ออเดอร์ที่มีเข้ามาแต่มูลค่าการสั่งซื้อจะไม่มากเหมือนเช่นในอดีต เช่น เคยสั่งล๊อตละ 1 ล้านบาท แต่จะเหลือเพียงครั้งละ 3 แสนบาทเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเศรษฐกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วออร์เดอร์ที่เข้ามาจะค่อยๆ ไต่ระดับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงเหมือนในอดีตในช่วงปลายปี 2553
"ผมอยากจะฝากให้หน่วยงานทุกหน่วยงานในประเทศไทยทั้งภาครัฐและเอกชนให้เห็นความสำคัญของสินค้าหัตถกรรมให้มากขึ้น โดยใช้เป็นของขวัญของชำร่วยในงานต่างๆ แทนที่จะสั่งของจากประเทศจีน รัฐบาลควรให้ความสำคัญให้มากขึ้นโดยแต่ละมีมูลค่าการสั่งซื้อสินค้าประเภทของชำร่วย ของขวัญนำเข้าจากต่างประเทศมีมูลค่าหลายพันล้านบาท หากนำเงินดังกล่าวมาสั่งซื้อสินค้าหัตถกรรมของไทย ช่วยคนไทยก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น เพราะแรงงานที่ผลิตสินค้าหัตถกรรมเป็นแรงงานระดับรากหญ้า หากมีคำสั่งซื้อมากขึ้นรากหญ้าก็จะมีเงินหมุนเวียนใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น" นายณัฐพงษ์ กล่าว
สำหรับคาดการณ์ภาพรวมมูลค่าการส่งออกในปีนี้ในส่วนของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกหัตถกรรมภาคเหนือประมาณการณ์อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 ที่มีมูลค่าสูงกว่า 3,000 ล้านบาท เป็นผลเนื่องจากพิษเศรษฐกิจที่ทั่วโลกต้องเผชิญพร้อมกัน
นายวิกรณ์ พรหมชนะ นายกสมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยล้านนา กล่าวว่า หลังจากที่สภาพเศรษฐกิจตกต่ำเป็นอย่างมากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยล้านนาจำเป็นต้องปรับแผนธุรกิจเน้นเชิงรุกด้วยการออกงานแฟร์ทั้งในประต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเจาะกลุ่มประเทศในแถบเอเชีย ทั้งจีน อินเดีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น รวมถึงประเทศแถบอเมริกากลาง เพื่อหากลูกค้ารายใหม่หลังจากคู้ค้าเดิมต้องประสบกับปัญหาเศรษฐกิจมีการชะลอคำสั่งซื้อ
ทั้งนี้ ยอมรับว่าออเดอร์ยังคงทรงตัวอยู่ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเองก็มีการพัฒนาตนเองเพื่อให้สินค้าสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดให้ได้มากที่สุด สำหรับมูลค่าการส่งออกในปีนี้คาดว่าจะทรงตัวในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 500-600 ล้านบาท ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะมีมาตรการในการผลักดันช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่ หากมีก็คาดการณ์ว่าจะโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 5%



