
ดีเอสไอ-กองปราบฯ รวบ 2ผู้ต้องหาหลอกนักธุรกิจไทยร่วมลงทุน
ดีเอสไอ-กองปราบฯ รวบ 2ผู้ต้องหาหลอกนักธุรกิจไทยร่วมลงทุน ในประเทศเพื่อนบ้าน
วันที่ 7 ตุลาคม เวลา 15.00 น.ที่มูลนิธิอาสาบรรเทาภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เลขที่ 91/267 โครงการอาร์เค ออฟฟิศ ปาร์ค ถนนสุนทวงศ์ แขวงและเขตสุวินทวงศ์ กรุงเทพฯ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป.พร้อม พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่และทหาร ร่วมตรวจค้น หลังทราบว่ามีการหลอกลวงสมาชิกให้ร่วมลงทุนธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน มูลค่าความเสียหาย 300 ล้านบาท
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า เนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนกับ ดีเอสไอ และ บก.ป. ว่าได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของกลุ่ม บ.ฮัจยี กรุ๊ป จำกัด ซึ่งมี นางสุภัตทา จันทรรังษี เป็นประธานกรรมการบริษัท ร่วมกับ นายกอว มิน อู (Kyaw Myint Oo) หรือ เจ้าเทพโยธิน มหาทุน ชาวสัญชาติเมียนมา ซึ่งแอบอ้างเป็นเจ้าแห่งรัฐมอญ สร้างเรื่องเท็จหลอกนักธุรกิจไทยว่ามีการร่วมลงทุนที่รัฐมอญ ในประเทศเมียนม่า และมีบริษัทหลงเชื่อกว่า 100 แห่ง จำนวน 78 โครงการ โดยทาง ดีเอสไอ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขบวนการดังกล่าวทราบว่ามีการแอบอ้างเบื้องสูง ก่อนเสนอ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ขออนุมัติเป็นคดีพิเศษ 217/2560
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวอีกว่า ต่อมา วันที่ 5 ตุลาคม ได้มีการ ออกหมายจับ ผู้ต้องหา 3 ราย คือ 1.นางสุภัตทา จันทรรังษี สัญชาติไทย 2. นายกอว มิน อู (Mr.KYAW MYINT OO) หรือ เทพโยธิน มหาทุน สัญชาติชาวเมียนม่า และ 3.นายโกสินธ์ จินาอ่อน สัญชาติไทย ในฐานความผิด ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฏหมายอาญา และ ร่วมกันเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ
ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจสันติบาล ตำรวจ กก.4 บก.ป. และ ทหาร ร่วมกันจับกุม นางสุภัตทา และ นายโกสินธ์ ได้บริเวณย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ ก่อนทหารอายัดตัว และนำไปสอบสวนที่ค่ายทหาร มทบ.11 เนื่องจากเกี่ยวกับความมั่นคงและมีหลายความผิด
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวอีกว่า บริษัทดังกล่าวเป็นกลุ่มที่เข้าข่ายแอบอ้างกษัตริย์รัฐมอญ และนำข้อมูลเข้าสู่ระบบอันเป็นเท็จ รวมถึงหลอกลวงประชาชนโดยการแต่งเครื่องแบบ เพื่อแอบอ้างและหลอกลวงประชาชน สร้างความน่าเชื่อถือในประเทศเพื่อนบ้าน และยังแอบอ้างประชาชนให้ร่วมบริจาคในนามมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อได้ประดับยศ เช่น ระดับพลตำรวจตรี ต้องบริจาค 5 หมื่นบาท พลตำรวจโท 8 หมื่นบาท ซึ่งไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีประชาชนหลงเชื่อแล้วกว่าหมื่นคน มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท ทั้งนี้จากการตรวจค้นเอกสารการจัดตั้งมูลนิธินั้น มีการจัดตั้งจริง แต่ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามโฆษณา หลังจากนี้จะให้ปลดป้ายโฆษณา สติกเกอร์ข้างรถยนต์ ที่อ้างอิงถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออก และรอผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงอีกครั้ง
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวด้วยว่า ส่วนจะมีการแอบอ้างเบื้องสูงว่าเป็นเชื้อสายของกษัตริย์รัฐมอญ นั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด แต่เชื่อว่ายังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย ซึ่งจะต้องตรวจสอบและดำเนินคดีต่อไป อย่างไรก็ตามการเข้าตรวจค้นในวันนี้เป็นการขยายผลหลังดีเอสไอจับกุมนางสุภัตทา จันทรรังษี ,นายโกสินธ์ จินาอ่อน และนาย Kyaw Myint Oo เมื่อวานนี้ในข้อหาร่วมกันทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่คอมพิวเตอร์
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น บริษัท ฮัจยี กรุ๊ป จำกัด(ไทย) ต.บ้านบึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเปิดรับเหมาก่อสร้าง กิจการขนส่งและขนส่งทางบก พบเครื่องแต่งกายคล้ายชุดราชการไทยซึ่งเอาไว้หลอกลวงคนร่วมลงทุนว่าต้องสมัครสมาชิกก่อน จากนั้นจึงนำชุดดังกล่าวไปสวมใส่เวลาเดินทางไปรัฐมอญ โดยมีค่าประดับยศ พล.ต. 30,000 บาท และ พล.ท. 50,000 บาท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ส่วนการสอบสวนเบื้องต้น นางสุภัตทา ให้การว่าเงินส่วนหนึ่งที่ได้รับมาจากผู้เสียหายนำมามอบให้ มูลนิธิอาสาบรรเทาภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. จึงตรวจสอบไปที่กระทรวงมหาดไทย พบว่าไม่มีหน่วยงานดังกล่าวจริง ทำให้วันนี้จึงเดินทางมาตรวจสอบสถานที่แห่งนี้"
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ นายโกสินธ์ จินาอ่อน ทราบว่าเป็นอดีต บก.นิตยสารท้องถิ่นฉบับหนึ่ง และร่วมขบวนการสร้างเว็บไซต์และข่าวให้น่าเชื่อถือ ส่วน นายกอว มิน อู หรือ เทพโยธิน มหาทุน สัญชาติชาวเมียนม่า แอบอ้างเป็นรัชทายาทมอญ ขณะนี้ยังหลบหนีอยู่ที่ประเทศเมียนม่า



