
บริจาคเข้ากองทุนยธ.ลดหย่อนภาษี 2 เท่า
บริจาคช่วยผู้ด้อยโอกาสให้เข้าถึงความยุติธรรม ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รองปลัดยธ.ระบุใช้เสริมความช่วยเหลือเป็นในส่วนที่กฎหมายเข้าไม่ถึง
นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยกเว้นภาษีแก่บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่บริจาคเงินเข้ากองทุนยุติธรรม โดยสามารถนำไปหักลดหย่อนเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค เพื่อส่งเสริมการบริจาคให้แก่กองทุนยุติธรรม ว่า แม้ว่าคณะกรรมกองทุนยุติธรรมมีเงินสำหรับให้ความช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม แต่จากการดำเนินงานพบความเดือดร้อนของประชาชนที่มีปัญหาติดขัดเรื่องค่าใช้จ่ายค่าอาหาร ค่าที่พัก และค่าเดินทาง ในขั้นตอนการติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อนการอนุมัติให้ความช่วยเหลือ กระทรวงยุติธรรม จึงเสนอมาตรการทางภาษีต่อกรมสรรพากร และอธิบดีกรมสรรพากรเห็นชอบในหลักการจึงเสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและได้นำเสนอเรื่องเข้าสู่ครม.ดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนรอประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในการหักลดหย่อนภาษี สำหรับบุคคลธรรมดาที่บริจาคเงินให้แก่กองทุนนั้น สามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการศึกษาสำหรับโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนอื่นๆ ขณะที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถใช้ลดหย่อนไม่เกินร้อยละ 10ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ
“ประชาชนที่ยากจนบางรายมีเพียงค่าเดินทางไปกลับ แต่ไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้เป็นค่าอาหาร ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆในขั้นตอนยื่นคำร้องเพื่อขอรับความช่วยเหลือนั้น อยู่นอกเหนืออำนาจการให้ความช่วยเหลือของคณะกรรมการกองทุนฯ ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือด้วยการควักกระเป๋าบริจาคกันเองภายในของข้าราชการ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ร่วมสมบริจาคทุกเดือนๆละ 20,000 บาท จึงเกิดแนวคิดเปิดให้มีการบริจาค เพื่อนำเงินมาใช้ในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้ได้มากขึ้น หลังครม.เห็นชอบในร่างกฎหมาย เริ่มมีผู้สนใจติดต่อบริจาคเงินให้กับกองทุนยุติธรรมเป็นจำนวนมาก ” รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าว
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในปี 2560 นี้กองทุนยุติธรรม ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ด้อยโอกาสเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมสูงกว่าปีที่ผ่านมาเฉลี่ยร้อยละ 20 โดยมีงบประมาณที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลปีละ 200-250 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 80 เป็นหลักทรัพย์ประกันตัว ,เงินประกันวางศาล ส่วนอีกร้อยละ 13 เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี เช่น ค่าทนายความ ค่าพิสูจน์ดีเอ็นเอ ค่าพิสูจน์เอกสิทธิ์ ค่าอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศ หรือค่าล่าม เป็นต้น โดยวงเงินค่าใช้จ่ายที่ถูกนำไปวางศาลเป็นวงเงินประกันตัว จะได้รับกลับคืนเต็มวงเงิน เมื่อจบสิ้นกระบวนการพิจารณาคดีของศาล ไม่ว่าจะพิพากษาลงโทษหรือยกฟ้องจำเลย หลักทรัพย์ประกันตัว จะถูกส่งคืนให้กองทุนยุติธรรม เฉลี่ยเดือนละ 4-6ล้านบาท



