ข่าว

พระพุทธรูปเก่าแก่วัดกลางเกร็ดถูกมือดีฉก

พระพุทธรูปเก่าแก่วัดกลางเกร็ดถูกมือดีฉก

24 ก.ย. 2552

ใบสั่งเซียนลักพระพุทธรูปเก่าแก่วัดกลางเกร็ด ชาวบ้านสาปแช่ง วอนตำรวจช่วยติดตาม

วันที่ 24 กันยายน 2552 เมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.อ.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งจากพระอธิการสมนึก สิทธิมะโน เจ้าอาวาสวัดกลางเกร็ด ม.1 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่า พระพุทธรูปหลวงปู่นิลเนื้อโลหะสัมฤทธิ์ สมัยอยุธยาตอนปลาย

 ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือของชาวบ้านได้ถูกกลุ่มคนร้ายเข้ามาทำการโจรกรรมลักองค์พระพุทธรูปดังกล่าวไปเมื่อคืนที่ผ่านมา

 หลังรับแจ้งเหตุจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ. กิตติ สุขสมภักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ต. วิชิต จันทร์เอี่ยม สว.สส.สภ.ปากเกร็ด ในที่เกิดเหตุที่บริเวณโบสถ์หลังใหม่ภายในวัด พบกลุ่มชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันมายืนมุงที่หน้าโบสถ์จำนวนมากพร้อมกับสาปแช่งให้กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุให้มีอันเป็นไปต่าง ๆ นานา

 โดยในที่เกิดเหตุที่บริเวณกลางโบสถ์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปขนาดต่าง ๆ พบว่าที่บริเวณโต๊ะบูชาขององค์หลวงพ่อนิล ได้ถูกคนร้ายลักองค์พระไปทั้งองค์เหลือไว้แต่เพียงฐานซุกชี ที่คนร้ายไม่ได้นำติดไปด้วย

 นอกจากนี้ยังพบว่าที่บริเวณประตูหน้าโบสถ์ที่รูกุญแจประตูมีร่องรอยถูกไขด้วยกุญแจเข้าไปและยังมีหน้าต่างในโบสถ์ถูกเปิดทิ้งไว้อีกหนึ่งบาน

 สอบปากคำพระมหาสุนทร ฉันทโชโต อายุ 67 ปี ผู้ดูโบสถ์ ให้การว่า พระพุทธรูปองค์หลวงปู่นิลนั้น เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย สร้างด้วยโลหะสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 36 สูงประมาณเมตรเศษ ๆ น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านเขตอำเภอปากเกร็ดมานานหลายชั่วอายุคน

 โดยก่อนเกิดเหตุหน้านี้ประมาณสองวันที่แล้ว ขณะที่ตนกำลังกวาดลานจอดรถในวัด สังเกตเห็นชายสองอายุประมาณ 30 ต้น ๆ ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดที่บริเวณหน้าโบสถ์ จากนั้นทั้งสองคนก็ลงจากรถและยืนพุดคุยกัน ก่อนที่ชายคนหนึ่งจะชี้มือเข้าไปในโบสถ์ เหมือนกับชี้เป้าหมายอะไรบางอย่าง ด้วยความเป็นห่วง ตนเองจึงได้เรียกเด็กวัดมาเฝ้าดูท่าทีชายทั้งสองคน จนชายทั้งสองคนกลับออกไปจากวัด

 จนกระทั่งต่อมาในช่วงเช้ามืดตนได้ลงมาทำความสะอาดและเปิดโบสถ์ตามปกติ ก็พบว่าพระพุทธรูปหลวงปู่นิล ได้ถูกคนร้ายไขประตูเข้ามาโจรกรรมองค์พระไปแล้ว

 ในเวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพวงจรปิดที่ทางวัดได้ติดตั้งไว้ในโบสถ์ พบว่าคนร้ายเป็นชายสองคนไขประตูเข้ามาก่อเหตุลักองค์พระในช่วงเวลาประมาณตีสี่ โดยคนร้ายได้เลื่อนกระถางธูปออกก่อน จากนั้นจึงผลักองค์ให้หงายหลังลงโดยมีคนร้ายอีกคนหนึ่งช่วยประคองหลัง จากนั้นทั้งสองคนจึงช่วยกันอุ้มองค์พระออกทางประตูหน้าที่ไขเข้ามา ก่อนนำขึ้นรถกระบะที่จอดรอออกไป ซึ่งในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ภาพสเก็ตของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุแล้ว และคาดว่าคนร้ายน่าจะลงมือตามใบสั่งของเซียนพระหรือนักสะสมของเก่า

 ด้าน นางนิภาดา แสงคล้าย อายุ 56 ปี ชาวบ้านแถววัดกล่าวว่า ขอสาปแช่งให้คนร้ายที่ลักขโมยองค์พระไป ประสบภัยวิบัติจนถึงแก่ชีวิต หาไม่นำพระมาคืนให้ อย่างไรก็ตามอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้จากเบาะแสที่มีอยู่ ไม่อยากให้เป็นเหมือนเหตุการณ์เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ที่มีกลุ่มคนร้ายเข้ามาลักตัดเศียรพระพุทธรูปเก่าแก่ในโบสถ์เก่าของวัดไปถึง 7 - 8 เศียร โดยที่ไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านมาแล้วครั้งหนึ่ง