
อบจ.ระนอง มุ่งมั่นหาพลังงานทดแทน เร่งก่อสร้าง "โรงงานต้นแบบไบโอดีเซล"
ในภาวะที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดเวลา และมีแนวโน้มที่จะหมดลงในไม่กี่สิบปีข้างหน้านี้ ชุมชนต่างๆ ทั่วโลกต่างพยายามที่จะสรรหา "พลังงานทดแทน" รูปแบบใหม่ๆ เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน
เช่นเดียวกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง (อบจ.ระนอง) ที่ให้ความสำคัญต่อพลังงานทดแทนเช่นเดียวกัน โดย นภา นทีทอง นายก อบจ.ระนอง ระบุว่า อบจ.ระนองเตรียมที่จะดำเนินการก่อสร้างโรงงานต้นแบบผลิต "ไบโอดีเซล"
สำหรับโรงงานผลิตไบโอดีเซลจะสร้างขึ้นในพื้นที่หมู่ 5 ต.จ.ป.ร. อ.กระบุรี จ.ระนอง เพื่อเป็นโครงการนำร่อง ส่วนสาเหตุที่เลือกพลังงานไบโอดีเซล เนื่องจาก จ.ระนอง มีเกษตรกรที่ปลูก "ปาล์มน้ำมัน" เป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ อบจ.ระนองตั้งงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาโรงงานต้นแบบผลิตไบโอดีเซลจำนวน 5.2 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังได้ว่าจ้างที่ปรึกษา (Terms Of Reference :TOR) โดยวิธีตกลงกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
รูปแบบโรงงานต้นแบบจะเป็นโรงงานขนาดเล็ก มีขนาดความกว้าง 8 เมตร ยาว 12 เมตร มีพื้นที่ใช้สอย 96 ตารางเมตร มีกำลังการผลิตสกัดน้ำมันปาล์มจากลูกปาล์มร่วง 1,600 กิโลกรัมต่อวัน ผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มดิบ 400 ลิตรต่อวัน
คาดว่าในช่วงกลางปี 2553 จะเริ่มเปิดดำเนินการ ส่วนในอนาคต อบจ.ระนองยังเตรียมก่อสร้างโรงงานต้นแบบอีก 2 แห่ง ใน 2 อำเภอ คือ อ.ละอุ่น และ อ.กะเปอร์
รศ.ดร.ชาคริต ทองอุไร ผู้อำนวยการสถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมัน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวถึงข้อดีในการผลิตไบโอดีเซลว่า ผลการศึกษาเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าการใช้น้ำมันพืชที่ได้จากพืชน้ำมันในประเทศ เช่น ปาล์ม มะพร้าว และสบู่ดำ มาผลิตเป็นไบโอดีเซลสามารถกระทำได้ดี
โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาโรงงานต้นแบบการผลิตไบโอดีเซลเชิงพาณิชย์ขนาดกำลัง 1 หมื่นลิตรต่อวัน ที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่ โครงการพัฒนาเทคโนโลยีและก่อสร้างโรงงานผลิตไบโอดีเซลกับบริษัทเอกชนเกาหลีใต้ โครงการโรงงานสกัดน้ำมันพืช และผลิตไบโอดีเซลครบวงจรที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ล่าสุดคือโรงงานไบโอดีเซลต้นแบบที่กำลังจะก่อสร้างขึ้นที่ จ.ระนอง เชื่อว่าจะสร้างประโยชน์ให้แก่คนระนองอย่างมหาศาล
"บุญเลื่อน พรหมประทานกุล"



