ข่าว

เที่ยว "ปอยเหลินสิบเอ็ด" ชมประเพณีออกพรรษาแบบชาวไทยใหญ่

เที่ยว "ปอยเหลินสิบเอ็ด" ชมประเพณีออกพรรษาแบบชาวไทยใหญ่

25 ก.ย. 2552

ในเทศกาล "ออกพรรษา" พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศจะจัดงานบุญฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งส่วนมากมักจะมีการตักบาตรเทโว หรือไปทำบุญที่วัดกันตามปกติ แต่ที่ จ.แม่ฮ่องสอน มีประเพณีที่น่าสนใจ และมีให้ชมที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

  ธวัชชัย วงศ์วาณิชย์ รองนายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ชาวแม่ฮ่องสอน จัดงานประเพณี "ปอยเหลินสิบเอ็ด" หรือเทศกาลออกพรรษา ประจำปี 2552

 ประเพณีดังกล่าวเป็นประเพณีวัฒนธรรมของชาว "ไทยใหญ่" ที่ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน โดยงานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน-12 ตุลาคมนี้

 กิจกรรมภายในงาน ได้แก่ การจัดตลาดนัดออกพรรษา การแสดงของนักเรียนและชุมชน การแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ

 แต่ที่ถือเป็นไฮไลท์ คือ การประกวดศิลปะและวัฒนธรรมไทยใหญ่ เช่น การประกวดรำไต การประกวดก้าแลวและก้าลาย การประกวดตีกลองมองเซิงและกลองก้นยาว การประกวดชุดไต การประกวดจองพาราและขบวนแห่ การสาธิตอาหารและขนมไทยใหญ่ ฯลฯ

 ทั้งนี้ สำหรับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันกีฬา และการประกวดต่างๆ ได้ที่สำนักงานเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 รองนายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน อธิบายที่มาและรายละเอียดของวันออกพรรษาแบบชาวไทยใหญ่ว่า ประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด หรือเทศกาลออกพรรษาของชาวไทใหญ่ จะมีการแห่จองพารา ซึ่งคำว่า “จองพารา” เป็นภาษาไทยใหญ่แปลว่า “ปราสาทพระ”

 การบูชาจองพารา จึงหมายถึงการสร้างปราสาทเพื่อคอย "รับเสด็จพระพุทธเจ้า" ที่จะเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

 ประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ดจะจัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 11 โดยวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งเป็นวันออกพรรษา ตั้งแต่เช้าตรู่ชาวบ้านจะพร้อมใจกันไปทำบุญที่วัด ส่วนในตอนเย็นจะนำดอกไม้ธูปเทียนและขนมข้าวต้มไปขอขมาบิดามารดา-ญาติผู้ใหญ่

 ก่อนย่ำรุ่งของวันแรม 1 ค่ำ จะมีพิธี “ซอมต่อ” คือ การอุทิศเครื่องเซ่นแก่สิ่งที่ชาวไตถือว่ามีบุญคุณในการดำเนินชีวิต โดยจะนำกระทงอาหารเล็กๆ ที่จุดเทียนติดไว้ด้วยไปตั้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ เช่น วัด สถูป และบ้านเรือนในตอนใกล้รุ่ง

 ประเพณีวันออกพรรษาแบบชาวไทยใหญ่จึงนับว่ามีเสน่ห์ เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว และน่าสละเวลาไปร่วมพิสูจน์ด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิต

"วินัย บุญมีพิสุทธ์"