
ถูกนายหน้าหลอกเก็บหัวคิวทำงานบริษัทปลากระป๋องชื่อดัง
ชาวบ้านบุรีรัมย์ร้องขอความเป็นธรรมถูกตัวแทนบริษัทปลากระป๋องชื่อดัง หลอกหาคนเข้าทำงานเช็กสต็อกเรียกเก็บหัวคิวหลักหมื่น แต่ทำงานฟรี 2 เดือนไม่ได้รับเงิน
4 ต.ค. 60 ชาวบ้านบ้านกระดึง ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรมว่า ตัวแทนบริษัทปลากระป๋องยี่ห้อดัง เปิดรับสมัครงานแผนกเช็กสต็อกสินค้าในห้างสรรพสินค้าตามสาขาอำเภอต่างๆ ในจังหวัดบุรีรัมย์ มีนางปวีณา รสหอม อายุ 35 ปี คนในหมู่บ้าน เป็นนายหน้าหาคนงานให้ โดยอ้างว่าบริษัทเปิดรับคนงานไม่อั้น เพราะมีห้างกระจายอยู่ในหลายอำเภอ
โดยชาวบ้านที่ออกมาร้องเรียนให้ข้อมูลด้วยว่า นางปวีณาซึ่งเป็นนายหน้า ได้เสนอเงินเดือนให้คนที่สมัครเข้าทำงาน 13,300 บาทต่อเดือน มีค่าน้ำมันรถ ค่าคอมมิชชั่นต่างๆ อีกมากมาย รวมแล้วจะได้เงินเดือนกว่า 20,000 บาท ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อ เพราะหลายคนยังไม่มีงานทำ จึงยอมไปกู้ยืมเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการสมัครงาน เป็นเงินค้ำประกันก่อนเข้างานคนละ 15,000 บาท ทั้งยังจะต้องมีรถจักรยานยนต์คันใหม่ โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนไว้ถ่ายรูปส่งไลน์รายการสินค้า ทำให้หลายคนมองว่าน่าจะเป็นงานที่มั่นคงและรายได้ดี
ผู้เสียหาย อายุ 67 ปี ยอมลงทุนไปกู้เงินจากนายทุนมาถึง 50,000 บาท เพื่อเอามาเป็นค่าใช้จ่ายค่าสมัครแรกเข้า ซื้อโทรศัพท์ และรถจักรยานยนต์คันใหม่ให้ลูกชาย เพื่อหวังให้ได้งานทำเพราะเห็นว่ารายได้ดีและน่าจะมั่นคง แต่หลังจากทำงานไปเดือนแรกปรากฏว่า เงินเดือนไม่ออก โดยนางหนิงซึ่งเป็นหัวหน้างานอ้างว่า เงินเดือนจะตกเบิกให้ย้อนหลังจนถึงเดือนที่ 2 แต่พอทำงานครบ 2 เดือน เงินก็ยังไม่ออก จึงให้ลูกชายไปทวงถามเงินค่าค้ำประกันเข้างานและเงินเดือน กลับถูกบ่ายเบี่ยงตลอด โดยตอนนี้ตนเองลำบากมาก ต้องหาเงินใช้หนี้นายทุนที่ไปกู้ยืมมา
เช่นเดียวกับผู้เสียหายอีกราย อายุ 53 ปี ที่สมัครงานให้ลูกชาย เล่าว่า ตนเองก็ไปกู้ยืมเงินจากนายทุนมาจำนวน 15,000 บาท เพื่อมาให้ลูกชายนำไปเป็นเงินค้ำประกันเข้างาน แต่พอลูกชายทำงานได้ 1 เดือน กลับไม่ได้รับเงินเดือน รู้สึกผิดปกติจึงให้ลูกชายออกจากงาน พร้อมทวงถามเงินค้ำประกันจากนางปวีณา นายหน้าที่มาหาคนเข้าทำงานคืน แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยง จึงคิดว่าน่าจะถูกหลอก และมีคนในอำเภอบ้านด่านอีกกว่า 10 ราย โดนในลักษณะเดียวกัน และเชื่อว่าจะมีคนในเขตอำเภอเมือง ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน รวมแต่ละรายต้องเสียค่าเงินประกันคนละ 15,000 บาท บวกกับเงินเดือนที่ไม่ได้รับอีก 2 เดือน ประมาณ 40,000 บาท รวมแล้วแต่ละคนต้องสูญเงินและไม่ได้รับเงินเดือน รวมมูลค่าความเสียหายแต่ละคนกว่า 50,000 บาท
ขณะนี้ชาวบ้านที่ถูกหลอกได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ แล้ว โดยมีการนัดไกล่เกลี่ย แต่ผ่านไป 3 เดือน ตัวแทนบริษัทที่มาหลอกชาวบ้านยังเลื่อนนัดหลายครั้งว่าจะนำเงินมาชำระคืนทั้งหมด แต่ก็ยังเงียบหาย จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาแนวทางช่วยเหลือเพราะเดือดร้อนมาก ซึ่งหากไม่นำเงินมาคืนก็ขอให้ตำรวจเร่งดำเนินคดีเพื่อจะได้ไม่ไปหลอกคนอื่นซ้ำอีก



