ข่าว

อเมริกันผิวขาว ภัยคุกคามก่อการร้ายสหรัฐ 

อเมริกันผิวขาว ภัยคุกคามก่อการร้ายสหรัฐ 

04 ต.ค. 2560

ไม่ใช่ต่างชาติและไม่ใช่มุสลิมที่เป็นเจ้าของสถิติเหตุโจมตีใหญ่ๆในรอบหลายปีที่ผ่านมา


                    เมื่อครั้งลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี ห้ามคนจาก 7 ประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมเข้าสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมกราคม (ที่ต่อมามีการปรับแก้) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่าเพื่อปกป้องชาวอเมริกันจากผู้ก่อการร้ายอิสลามสุดโต่ง แต่ 8 เดือนหลังรับตำแหน่ง มีชาวอเมริกันเสียชีวิตจากการโจมตีด้วยน้ำมือชาวอเมริกันผิวขาวที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับอิสลาม มากกว่าโดยผู้ก่อการร้ายหรือชาวต่างชาติ


                    ตัวอย่างเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นเฉพาะปี 2560


                    ตุลาคม - ชายผิวขาววัย 64 ปี กราดยิงฝูงชนที่รวมตัวกันกว่า 2.2 หมื่นในเทศกาลดนตรีคันทรี ในลาสเวกัส เสียชีวิตเกือบ 60 คน บาดเจ็บกว่า 500
                    สิงหาคม -หนุ่มผิวขาวฝักใฝ่ลัทธินาซี วัย 20 จากรัฐโอไฮโอ ขับรถพุ่งชนผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านการเหยียดผิวในเมืองชาร์ลอตสวิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย คร่าชีวิตสตรีเคราะห์ร้าย กับบาดเจ็บอย่างน้อย 19 คน
                    มิถุนายน - ชายผิวขาววัย 66 ปี จากรัฐอิลลินอยส์ ยิงสมาชิกรัฐสภาสหรัฐพรรครีพับลิกันซึ่งกำลังซ้อมเบสบอลในสวนสาธารณะ เมืองอเล็กซานเดรีย รัฐเวอร์จิเนีย เพื่อเตรียมลงแข่งกับสมาชิกพรรคเดโมแครต เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน รวมถึง ส.ส.สตีฟ สกาไลส์ จากลุยเซียนา
                    มีนาคม - หนุ่มผิวขาววัย 28 ปี จากเมืองบัลติมอร์ เดินทางไปนครนิวยอร์ก เพื่อสังหารชายผิวดำ เขาแทงทิโมที คัฟแมน วัย 66 ปี จนถึงแก่ความตาย และถูกแจ้งข้อหาก่อการร้าย
                    พฤษภาคม - เจเรมี คริสเตียน ชายผิวขาววัย 35 ปี จากออริกอน คุกคามวัยรุ่นมุสลิมบนรถไฟ ในเมืองพอร์ตแลนด์ ตะโกนว่า “ที่นี่ เราต้องการแต่คนอเมริกันเท่านั้น” ชายสองคนเข้าขัดขวาง และถูกคริสเตียนแทงเสียชีวิตทั้งคู่

 

อเมริกันผิวขาว ภัยคุกคามก่อการร้ายสหรัฐ 

          

                ผลศึกษาโดยองค์กร นิวอเมริกา ในวอชิงตัน ดีซี พบว่า ช่วงปี 2544 -2558 ชาวอเมริกันเสียชีวิตจากน้ำมือขวาสุดโต่งที่เกิดและโตในบ้าน มากกว่าผู้ก่อการร้ายสุดโต่งทางศาสนา ส่วนผลศึกษาเผยแพร่เมื่อมิถุนายน 2560 โดยเว็บไซต์ข่าว รีวีล (Reveal) และศูนย์รายงานข่าวเชิงสอบสวนก็พบในแนวทางเดียวกัน หรือต่อให้เป็นผู้ก่อการร้ายมุสลิมสุดโต่ง ก็มักจะเป็นพลเมืองอเมริกัน


                ในสุนทรพจน์ครั้งแรกที่รัฐสภา ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่า ส่วนใหญ่ที่ต้องคดีก่อการร้ายและความผิดเกี่ยวข้องกับก่อการร้ายนับจากเหตุวินาศกรรม 9/11 ในสหรัฐ มาจากนอกประเทศของเรา


                ในความเป็นจริง ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ผู้ร้ายที่ก่อเหตุโจมตีใหญ่ๆ ในสหรัฐโดยอ้างศาสนาอิสลามนั้น ไม่มีรายใดมาจากประเทศที่ทรัมป์สั่งห้าม และผู้ก่อการร้ายที่โจมตีสำเร็จจำนวนมากที่สุดในประเทศ ก็คือชาวอเมริกันด้วยกันเอง