
ร้องปวีณา! รุ่นพี่แกล้ง ม.3 'ฉีดยาฆ่าแมลง-จุดไฟเผา'
รุ่นพี่เล่นแรง แกล้งเด็กม.3 จับขังห้องเก็บของ ฉีดยาฆ่าแมลง-จุดไฟเผาจนสาหัส ไร้ความรับผิดชอบ แม่สุดทนโร่ร้อง “ปวีณา” ช่วย
เมื่อเวลา 14.00 น. วันพุธที่ 4 ตุลาคม 2560 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถนนรังสิต-นครนายก คลอง 7 ธัญบุรี ปทุมธานี นางกชพรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กรณี ด.ช.เอ (นามสมมติ) บุตรชาย ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งใน จ.ชัยนาท ถูกเพื่อนและรุ่นพี่โรงเรียนเดียวกัน รวม 3 คน แกล้งปิดประตูใส่กุญแจขังไว้ในช่องเก็บของอาคารเรือนนอน แล้วฉีดยาฆ่าแมลงเข้าไปจนไม่มีอากาศหายใจ จากนั้นได้จุดไฟแช็คจนทำให้เกิดประกายไฟลุกท่วมภายในช่องเก็บของดังกล่าว ก่อนจะเผาไหม้ร่างกายของ ด.ช.เอ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา
นางกชพรรณ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุครูที่โรงเรียนโทรมาแจ้งว่า ลูกชายเกิดอุบัติเหตุถูกไฟไหม้ตามร่างกายได้รับบาดเจ็บ ทางโรงเรียนได้นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลชัยนาท ตนและญาติจึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึงพบสภาพลูกชายอยู่ในอาการหวาดผวา ที่แขนทั้งสองข้าง ขาข้างขวา และตามลำตัวเป็นแผลไหม้พุพอง จึงได้สอบถามลูกว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกชายเล่าว่า เวลาประมาณ 16.00 น. หลังเลิกเรียน ลูกชายกำลังจะนำหนังสือเรียนไปเก็บในช่องเก็บของของตัวเองที่อยู่ใต้อาคารเรือนนอน ซึ่งขณะนั้นบริเวณหน้าช่องเก็บของได้มีเพื่อนและรุ่นพี่ 3 คน นั่งเล่นหมากเก็บอยู่ โดย 1 ใน 3 คน เอาหนังสือมาตีที่ศีรษะ แต่ลูกชายไม่เล่นด้วยจึงเดินหนี เมื่อลูกชายเข้าไปในช่องเก็บหนังสือ เด็กคนหนี่งก็ได้เดินมาปิดประตูแล้วเอากุญแจคล้องไว้ เพื่อไม่ให้เปิดออกได้ จากนั้นก็ได้ยินเสียงเพื่อนอีกคนตะโกนบอกให้ไปเอากระป๋องยาฆ่าแมลงมา และได้ฉีดยาฆ่าแมลงเข้ามาให้ช่องเก็บของ ทำให้หายใจไม่ออก ซึ่งลูกชายตะโกนบอกให้หยุดฉีด หายใจไม่ออก แต่เพื่อนไม่ยอมหยุด กลับฉีดเข้ามามากกว่าเดิม พร้อมทั้งได้ยินเสียงจุดไฟและมีเปลวไฟพุ่งเข้ามาตามช่องประตูห้องเก็บของ ทำให้ถูกไฟไหม้ตามร่างกาย และมีเสียงระเบิดภายในช่องเก็บของที่ลูกชายติดอยู่ จึงทำให้เพื่อนตกใจรีบเปิดประตูช่องเก็บของและเห็นว่าไฟไหม้ลูกชายของตนและหนังสือ จึงได้ฉีดน้ำเพื่อดับไฟ และตามคุณครูมาที่เกิดเหตุ จากนั้นคุณครูจึงนำตัวส่งโรงพยาบาล
“วันที่ 21 ก.ย. ทางโรงเรียนได้เรียกดิฉันและผู้ปกครองของเด็กทั้ง 3 คนที่ก่อเหตุเข้ามาเพื่อพูดคุย โดยทางโรงเรียนได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และเบื้องต้นตกลงกันว่าให้ผู้ปกครองของเด็กทั้ง 3 คน ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท แต่มีผู้ปกครองของเด็กเพียงคนเดียวที่ช่วยเหลือมา 3 พันกว่าบาทเท่านั้น แต่ผู้ปกครองของเด็กอีกสองคนแจ้งว่าไม่มีเงิน และทางโรงเรียนก็ไม่ได้หยิบยื่นความช่วยเหลือแต่อย่างใด ทั้งยังขอร้องไม่ให้ดิฉันแจ้งความ ขณะนี้ลูกชายยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เพราะยังเดินไม่ได้ และแขนข้างหนึ่งก็อาจจะพิการ อีกทั้งแพทย์ก็ให้ระวังเรื่องการติดเชื้อ คาดว่าจะต้องใช้เวลาในการรักษาตัวอีกระยะหนึ่ง ดิฉันและญาติจึงได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน แต่เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ” นางกชพรรณ กล่าว
ด้านนางปวีณา กล่าวว่า ให้ความสำคัญในเรื่องการช่วยเหลือด้านการรักษา ด.ช.เอ เป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตามในวันที่ 5 ตุลาคม เวลา 13.00 น. จะเดินทางไปเยี่ยม ด.ช.เอ ที่โรงพยาบาล เพื่อให้กำลังใจและสอบถามอาการจากแพทย์ที่รักษา เนื่องจากเบื้องต้นทราบว่า แขนข้างหนึ่งของ ด.ช.เอ ไม่สามารถยืดออกได้ และขาที่เป็นแผลฉกรรจ์ ทำให้ไม่สามารถเดินได้ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็อาจจะพิการ ซึ่งทางมูลนิธิปวีณาฯ พร้อมที่จะประสานโรงพยาบาลเพื่อรักษาให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติสุข ขณะเดียวกันก็ได้ประสาน นายธีร์ ภวังคนันนท์ เลขาธิการคณะกรรมการสำนักงานพื้นที่การศึกษาหรือคุ้มครองนักเรียน เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว โดยนายธีร์ ได้รับปากที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทางโรงเรียน และจะเดินทางไปเยี่ยม ด.ช.เอ พร้อมกันในวันพรุ่งนี้ด้วย



