"บทเรียนจำนำข้าว" กับ "หมอวรงค์"
"หมอวรงค์" ชี้จำนำข้าวบทเรียนประชานิยม ชี้คนถูกกล่าวหาไม่ยอม ย้ำไม่ใช่ผลพวงรัฐประหาร
นายสุทธิชัย หยุ่น ผู้ก่อตั้งเครือเนชั่น ได้สัมภาษณ์ น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ติดตามเรื่องโครงการรับจำนำข้าง ทางเฟซบุ๊คไลฟ์ โดย น.พ.วรงค์ระบุว่า บทเรียนกรณีโครงการจำนำข้าว คือ การทุจริตเชิงนโยบาย เพราะหลังจากการประกาศนโยบาย รู้เลยว่า เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย ซึ่งประชาชนต้องตามให้ทันในเรื่องการทุจริตเชิงนโยบาย แต่ตนเชื่อว่า กฎหมายใหม่ที่ออกมาจะมีการควบคุมในเรื่องนี้เหมือนกัน ได้มีการกำหนดมาตราการ พรรคการเมือง ต้องชี้แจงในการใช้จ่าย แต่กระบวนการทางสังคมประชาชนได้เรียนรู้ น่าจะมีการตรวจสอบพรรคการเมืองในเชิงนโยบายเช่นกัน
น.พ.วรงค์กล่าวต่อว่า นโยบายประชานิยม 2 มุม คือประชานิยมแบบบวก ให้ประโยชน์ถึงตรงประชาชนอย่างแท้จริง ประชานิยมแบบเลวร้าย นำไปสู่การทุจริต เม็ดเงินไม่ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง
"โครงการรับจำนำข้าว มีการทุจริตตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีความพยายามบิดเบือน ว่าโครงการรับจำนำไม่ผิด ผิดตอนระบาย ซึ่งผิดตั้งแต่ต้น ตนยืนยันว่า เป็นความผิดทั้งระบบ วันนี้ชัดเจน ตนเชื่อว่านโยบายรับจำนำข้าวหรือรับจำนำสินค้าเกษตร นับจากนี้ไป พรรคการเมืองไหน ใช้นโยบายรับจำนำสินค้าเกษตร ผมต่อต้านเต็มที่ การรับผูกขาด ซื้อมาเก็บไว้จะนำไปสู่การทุจริตในการระบาย แม้กระทั่งยางพาราหรือมันสัมปะหลัง ส่วนโครงการประกันราคา แต่ ตนใช้คำว่า ประกันรายได้ เป็นการจ่ายเงินช่วยเท่าที่เขาควรจะได้ เงินเหล่านี้จะถึงพี่น้องชาวนา ไม่ต้องรับซื้อ ไม่มีช่องทางให้โกง ให้เก็บข้าว และหาวิธีการขายข้าว เพราะโอนไปให้โดยตรง ฝ่ายการเมือง ข้าราชการ ไม่มีส่วนร่วมหรือน้อยมากที่จะโกงได้ สามารถช่วยชาวนาโดยตรง ถึงชาวนาเต็มที่ ไม่ค่อยน่ากลัว "
น.พ.วรงค์กล่าวต่อว่า การต่อสู้ครั้งนี้ถือว่ายาวนานมาก ตั้งแต่ตุลา 54 ประมาณ 6 ปี ที่สำคัญฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมแพ้ ไม่เงียบ มีความพยายามจากกลุ่มบุคคล บิดเบือนตลอด กระบวนการบิดเบือน ใส่ร้ายกระบวนการยุติธรรมที่กำลังเกิดขึ้น เตือนรัฐบาลด้วย อย่านิ่งนอนใจ พยายามกล่าวหาว่า โครงการจำนำข้าวเป็นผลพวงรัฐประหาร
"ผมว่าเรื่องนี้เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะเริ่มจากรัฐสภา อภิปรายไว้วางใจ กระทู้ถามสด ผ่านป.ป.ช. อัยการ ศาล ไม่เกี่ยวกับการรัฐประหาร"
ส่วนบทเรียนจากเรื่องนี้ของข้าราชการประจำนั้น น.พ.วรงค์ กล่าวว่า เป็นรื่องสำคัญ เพราะองค์ประกอบการทุจริตต้องมีข้าราชการ ซึ่งข้าราชการต้องมีจุดยืนบนความถูกต้อง บนผลประโยชน์ของประชาชน ทำงานเพื่อประเทศเต็มที่ การรอแสวงหาผลประโยชน์แบบนี้ไม่หยั่งยืน ต้องยืนในหลักการที่ถูกต้อง ที่สุดแล้ว ฝ่ายการเมืองโกงเองไมได้ นักการเมืองต้องอาศัยข้าราชการประจำ องค์ประกอบของการโกง มีอยู่ 3 กลุ่ม คือ นักาการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ ซึ่งครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ศาลตัดสิน ลงลึกไปถึง 3 กลุ่ม



