
ล็อตใหญ่!ตร.ยึดยาไอซ์400กก.มูลค่าเกือบ500ล้าน
ปรองผบ.ตร. นำแถลงผลงาน ตร.ภ.5 รวบ 2 หนุ่มแม่วางชม. ขนยาไอซ์ล็อตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภาคเหนือ 400 กก. มูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30น. วันที่ 3 ต.ค.60 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค5 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพลตำรวจพูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง และป.ป.ส. ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาลักลอบลำเลียงยาไอซ์ จำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นพี่น้องกัน คือนายนิรันดร เราเท่า อายุ 29 ปี และนายสันติ เราเท่า อายุ 23 ปี ทั้ง 2 คน อยู่บ้านเลขที่ 2/1 ม.12 ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 400 กิโลกรัม และรถยนต์กระบะ 2 คัน คือรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน ผษ149-เชียงใหม่ ทำหน้าที่นำทางและสำรวจเส้นทาง และรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซุซุ สีขาว ทะเบียน ผว-1984-เชียงใหม่ ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติด
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงกลางดึก เวลาประมาณ 00.15 ของวันที่ 2 ต.ค.60 ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจบนถนนหมายเลข 118 ซึ่งเป็นถนนสายหลักเชื่อมเชียงราย-เชียงใหม่ ตรงจุดตรวจท่าก๊อ ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย และถนนสายรองก่อนถึงจุดตรวจเล็กน้อยเพื่อเพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายทั้งถนนสายหลักและสายรองดังกล่าว
ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่พบรถยนต์ทั้ง 2 คัน ผ่านมาจากทางจังหวัดเชียงรายมุ่งเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ มาทางถนนสายรอง ก่อนเข้ามายังจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจสังเกตท่าทางมีพิรุธ โดยคันที่นายสันติเป็นคนขับรถยนต์กระบะมาสด้านำมา ไม่มีสิ่งของในรถ ส่วนรถยนต์คันที่มีนายนิรันดรขับตามมา มีลักษณะเสริมโครงเหล็กเหมือนรถบรรทุกพืชผลทางการเกษตรทั่วไป มีลังสำหรับบรรจุพืชผลทางการเกษตรที่ว่างเปล่าและกองไม้อยู่เต็มท้ายกระบะ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นเบื้องต้นก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงได้ปล่อยไป แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่วางใจจึงส่งเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งสะกดรอยตามไป
ก่อนจะพบว่ารถยนต์กระบะทั้ง 2 คันไปจอดอยู่ข้างทางอย่างน่าสงสัย บริเวณด้านหน้าสวนทิพย์วนารีสอร์ท และกำลังคล้ายปรึกษาวางแผนสิ่งใดกันอยู่ มีท่าทางพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอเข้าตรวจกระเป๋าและบัตรประจำตัวประชาชน ก่อนจะพบว่า ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน และทราบภายหลังว่าทั้งคู่เป็นน้องแท้ๆ ของนายประสิทธิ เราเท่า อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาคดีลักลอบลำเลียงยาบ้าซุกซ่อนไปพร้อมพืชผลทางการเกษตร ที่ถูกจับไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2559 ที่ผ่านมา
เมื่อทำการตรวจค้นท้ายกระบะอีซูซุ อย่างละเอียด พบมีลังพลาสติกและผ้าใบผืนใหญ่วางปกสิ่งของอยู่เต็มกระบะ เมื่อเปิดดูใต้ผ้าใบพบกระสอบฟางสีลายที่ปิดปากมิดชิดจำนวน 16 ใบ น้ำหนักใบละประมาณ 25 กิโลกรัม แต่ละใบบรรจุสิ่งของภายในเป็นลักษณะก้อนสี่เหลี่ยม จนกระสอบมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางซ้อนกันซึ่งไม่เหมือนพืชผลทางการเกษตรหรือของใช้ทั่วไป จึงขอเปิดตรวจสอบดูว่าพบเป็นยาเสพติดประเภทยาไอซ์ รวมน้ำหนักทั้งหมด 400 ก้อน บรรจุในถุงชาจีนก้อนละ 1 กิโลกรัม น้ำหนักรวมประมาณ 400 กิโลกรัม จึงได้จับกุมตัวทั้งคู่เอาไว้ดำเนินคดีและขยายผลตามกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้นทั้ง 2 คน ให้การว่ามีคนชื่อ นายใหญ่ ชาวเขาเผ่าม้ง จ้างให้ขนมาจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยรับยาไอซ์มาจากจุดนัดพบบนถนนสายเชียงของ-เทิง ห่างจากชายแดนไทย-ลาว ประมาณ 19 กิโลเมตร โดยหลังจากผ่านจุดตรวจนี้จนเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ จะได้ไปยังพื้นที่ที่มีการลำเลียงและขนถ่ายพืชผักผลไม้ขนาดใหญ่ ตามตลาด โดยจะนำยาไอซ์ดังกล่าว ซุกซ่อนไปพร้อมพืชผลทางการเกษตร ซึ่งใช้วิธีการคล้ายคลึงกับพี่ชายที่ถูกจับกุมไปแล้วเช่นกัน โดยจะนำลำเลียงไปยังตอนกลางของประเทศก่อนจะส่งต่อไปยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนจะส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 ต่อไป
สำหรับยาเสพติดดังกล่าวถือว่าเป็นปริมาณมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพื้นที่ภาคเหนือ และเป็นอันดับสองของประเทศรองจากเมื่อครั้งจับกุม 500 กิโลกรัมในพื้นที่ภาคใต้ ที่จังหวัดชุมพร เมื่อเดือนธ.ค.2559 ที่ผ่านมา โดยทั้งนี้เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมาทั้งปี ภาคเหนือสามารถยึดยาไอซ์ ได้จำนวน 500 กิโลกรัม การจับกุมครั้งเดียวได้ยาไอซ์ถึง 400 กิโลกรัมจึงถือเป็นเรื่องน่าตระหนก เพราะหมายความว่าปริมาณความต้องการยาไอซ์ที่ใช้พื้นที่ภาคเหนือเป็นทางผ่าน มีปริมาณสูงขึ้น โดยคาดว่าผลผลิตครั้งนี้เป็นของกลุ่มมูเซอในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านโดยผลิตในเขตว้าใต้ตรงกันข้ามชายแดนด้านจังหวัดเชียงใหม่ มีมูลค่าซื้อขายกันกิโลกรัมละกว่า 1 ล้านบาท แต่หากนำเข้าสู่ตลาดปลายทางหรือต่างประเทศจะมีราคาสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว หรือมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 1 พันล้านบาท
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของประเทศเมียนมาร์ได้ปราบปรามสารตั้งต้นเพื่อผลิตยาเสพติดอย่างหนัก กระทั่งมีการสับเปลี่ยนกำลังพลในฝั่งประเทศเมียนมาร์แถบบ้านแม่โจ๊ก-ปูนาโก่ ตรงกันข้าม อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย จึงมียาเสพติดทะลักเข้ามาจำนวนมากดังกล่าว ซึ่งเส้นทางสายดังกล่าวเชื่อมไปยังบ้านบ้านโฮ่ง ตำบลเจดีย์ใหม่-บ้านแม่ตะละ ตำบลสันสลี และบ้านโป่งเหนือ ตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ห่างจากจุดตรวจไปประมาณ 1 กิโลเมตร และมีระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร จะเข้าสู่ถนนสายหลักเชียงราย-เชียงใหม่ แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับกุมได้เสียก่อนดังกล่าว



