ข่าว

สั่งตั้งกก.สอบ7จราจรตื๊บหนุ่มร้านกาแฟ

สั่งตั้งกก.สอบ7จราจรตื๊บหนุ่มร้านกาแฟ

24 ก.ย. 2552

ผบช.น. ยันไม่ป้องตำรวจจราจรโหดรุมยำไอ้หนุ่มผมยาว สั่งตรวจสอบภาพวงจรปิดลงลึกรายละเอียดพฤติการณ์คู่กรณี ชี้หากมีมูลเจอโทษวินัยแน่ ด้านรอง ผบช.น. สั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง 7 จราจรหัวหมากแล้ว

(24ก.ย.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) กล่าวกรณีนายบรรเจิด สะหะกะโร อายุ 29 ปี เข้าร้องเรียนตำรวจกองปราบปรามว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.หัวหมาก รุมทำร้ายร่างกายเมื่อกลางดึกวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า เมื่อแจ้งความดำ เนินคดีก็ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฎและเน้นย้ำให้พนักงานสอบสวนทำคดีด้วยความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ตำรวจพร้อมดำ เนินการเต็มที่ด้วยความโปร่งใสตรงไปตรงมาไม่มีเข้าข้างกันเอง แต่อย่างใด
 
 ส่วนจะมีการลงโทษทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั้งหมดที่ก่อเหตุหรือไม่นั้น ผบช.น.กล่าวว่า ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด เพราะได้ดูบางส่วนจากภาพที่ปรากฎทางสื่อเท่านั้น หากพบมีความผิดจริงก็ต้องดำเนินการไปขั้นตอนคือ ให้ออกจากราชการไว้ก่อนจากนั้นก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเอาผิดทาง วินัยต่อไป
 
 "เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นต้องดูด้วยว่าเป็นการกระทำที่เกิดจากการบันดาลโทสะของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นต้องลงโทษทางวินัยกันไป ถ้าตำรวจผิดจริงคงหนีไม่พ้น เราต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายด้วย ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่าพื้นฐานการทำหน้าที่ของตำรวจจราจรในการตั้งด่าน ตรวจจับแอลกอฮอร์นั้นมีเจตนาคือต้องการให้พี่น้องประชาชนที่ขับขี่มีความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่เมื่อมีการเรียกตรวจจับแล้วพบว่ามีการต่อสู้ขัดขวาง ก็ต้องดูในรายละเอียดข้อเท็จจริงอีกที ผมพร้อมให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว" ผบช.น.กล่าวในที่สุด
 
 ด้าน พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รองผบช.น. ทำหน้าที่รักษาการแทน พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลรับผิดชอบงานด้านการจราจรซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศกล่าวเรื่องเดียวกันว่า สั่งการให้กองบังคับการตำรวจนคร บาล 4 ต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว และเน้นย้ำให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายโดยนำภาพวงจรปิดจากอาคารมาตรวจสอบอย่างละเอียดและสอบปากคำผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปจับกุมด้วยเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน