ข่าว

ศาลทั่วประเทศรับนโยบายปธ.ศาลฎีกา

ศาลทั่วประเทศรับนโยบายปธ.ศาลฎีกา

03 ต.ค. 2560

ศาลยุติธรรมคอนเฟอร์เรนท์ 262 ศาลรับนโยบายปธ.ศาลฎีกา"สราวุธ เลขาฯศาลยุติธรรม"คนใหม่แถลงปฏิบัติ พร้อมพัฒนาศักยภาพทันที

           3 ต.ต.60 ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 ถ.รัชดาภิเษก สำนักงานศาลยุติธรรมจัดกิจกรรมศาลยุติธรรมพบสื่อมวลชนครั้งที่ 1 โดยนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมคนใหม่ พร้อมนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรมคนใหม่ ได้แถลงนโยบายของนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกาคนใหม่ และนโยบายบริหารศาลยุติธรรม
           โดยนายสราวุธ กล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการถ่ายทอดการประชุมผ่านจอภาพหรือวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับศาลยุติธรรม 262 แห่งทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงให้รับทราบนโยบายประธานศาลฎีกา 4 ข้อ คือ 1.ดำเนินการให้ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรม เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง 2.พัฒนาศักยภาพข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมโดยส่งเสริมให้มีการศึกษา การฝึกอบรมทั้งในและต่างประเทศ และให้ยึดมั่นประมวลจริยธรรมในการดำรงตน 3.เพิ่มการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการคดี และเพื่อให้การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมรวดเร็วขึ้น ง่ายขึ้น และเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง และ 4.ดำเนินการส่งเสริมเพื่อให้ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนอื่นที่เหมาะสมแก่การดำรงตนตามสภาวะเศรษฐกิจ และสังคมที่เป็นปัจจุบัน

           นายสราวุธ กล่าวต่อไปว่า การอำนวยความยุติธรรมนั้น มีนโยบายให้ศาลทั่วประเทศปรับกระบวนการทำงานให้รวดเร็วขึ้น พร้อมใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาศักยภาพคนให้มีคุณภาพ มีคุณธรรมจริยธรรม โดยตนยึดหลักในการทำงาน คือ มุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท ซึ่งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมมีหน้าที่ในการผลักดันนโยบายที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล และการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ส่วนการให้ข่าวถึงประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ที่ได้พูดคุยกับผู้บริหารแล้วเห็นว่าต้องปรับกระบวนการสื่อสารให้ถูกต้อง กระชับรวดเร็ว และเข้าใจง่ายมากขึ้น

           นายสราวุธ ยังกล่าวถึงการดำเนินโครงการของศาลว่า เรามีการพัฒนาศักยภาพในการอบรมหลักสูตรผู้พิพากษาและการจัดสัมมนาให้ความรู้เมื่อมีการปรับปรุงกฎหมายใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำอยู่แล้ว รวมถึงการดำเนินโครงการระบบยื่นฟ้องคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) เครื่องติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) และศูนย์ข้อมูลเชื่อมโยงคดีทั่วประเทศ มาใช้งานให้ครอบคลุมมากที่สุด

           ต่อข้อถามถึงความคืบหน้าในการพิจารณาข้อเสนอของกลุ่มผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ให้ปรับสัดส่วนองค์ประกอบของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เป็น 4:4:4  นายสราวุธ กล่าวว่า ได้มีการรับฟังความคิดเห็นตามขั้นตอนปกติ ขณะนี้อยู่ในชั้นอนุคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) เพื่อตัดสินใจว่าจะมีการแก้ไขร่างกฎหมายหรือไม่ ซึ่งต้องรับฟังทุกเสียง และยอมรับเสียงข้างมาก ส่วนการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นนั้น ที่ผ่านมามีการรับฟังความคิดเห็นแล้ว เนื่องจากปัจจุบันมีเทคโนโยลีการสื่อสารที่รวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องมาประชุมร่วมกันก็ได้

           ต่อข้อถามที่ว่า มองพ.ร.ป.ว่าด้วยการวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ที่เพิ่งประกาศใช้ เป็นการเพิ่มภาระแก่จำเลยกรณีที่ให้จำเลยต้องมาแสดงตัวในการยื่นอุทธรณ์ และขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ 

           นายสราวุธ กล่าวว่า เรื่องนี้เมื่อฝ่ายนิติบัญญัติ ออกกฎหมายมาบังคับใช้แล้ว ศาลยุติธรรมซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายก็จะต้องปฏิบัติตาม ซึ่งก่อนหน้านี้ในชั้นผ่านกฎหมายในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมที่เป็นตัวแทนของศาล ได้แสดงจุดยืนคัดค้านไม่เห็นด้วยในเรื่องดังกล่าว แต่เมื่อมีกฎหมายออกมาก็ต้องปฏิบัติตาม
           ส่วนเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการเสนอแก้ไข พ.ร.ป.ดังกล่าวอีก นายสราวุธ กล่าวว่า กฎหมายเพิ่งออกมาบังคับใช้ไม่กี่วัน คงจะต้องรอให้มีการบังคับใช้ต่อไป เมื่อพบปัญหาในอนาคตก็อาจจะมีการเสนอแก้ไข