
15 ปี DSIรับคดีดำเนินการ 2,373 คดี-สอบเสร็จ 1,977 คดี
15 ปีDSIอธิบดีโชว์ผลงานรับคดีพิเศษแล้วกว่า 2,000 ปิดสำนวนเสร็จสิ้น 1,977 คดีเสียหายกว่า 3 แสนล้านภารกิจอนาคตเน้นสืบสวนอาชญากรรมพิเศษค้ามนุษย์-อาชญากรรมข้ามชาติ
3 ต.ค.60 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมรองอธิบดีดีเอสไอ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอร่วมปฏิญาณตนต่อต้านการทุจริต เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมสอบสวนคดีพิเศษ ครบรอบปีที่ 15 พร้อมทั้งจัดให้มีพิธีสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเช้าพระภิกษุสงฆ์ 9 รูป จากวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ซึ่งตามกำหนดการได้นิมนต์ พระพรหมมังคลาจารย์ (เจ้าคุณธงชัย) พระศรีรัตนากร พระอุดมปริชญาณ พระศรีสิทธิเวที พระราชกิจจาภรณ์ พระศรีธีรพงศ์ พระสิทธิธรรมวิเทศ พระอาจารย์ทอง และพระครูปลัดสัมพิพัฒนธุตาจารย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงเวลาเจริญพระพุทธมนต์ไม่ปรากฏว่าพระพรหมังคลาจารย์ได้เข้าร่วมพิธีแต่อย่างใด คงมีเพียงพระธรรมคุณาภรณ์ เจ้าคณะภาค 8 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรมาทำพิธีสงฆ์และประพรมน้ำมนต์ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเท่านั้น จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ระบุเพียงว่าเจ้าคุณธงชัยติดภารกิจไม่สามารถเดินทางมาทำพิธิได้
ขณะที่พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวถึงภารกิจของกรมสอบสวนคดีพิเศษในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาว่ามีการสอบสวนดำเนินคดีพิเศษไปแล้ว 2,373 คดีโดยดำเนินการสอบสวนเสร็จแล้ว 1,977คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 396 คดี มีเรื่องที่รับไว้สืบสวนก่อนรับเป็นคดีพิเศษ 2,514 เรื่องที่ดำเนินการเสร็จ 2,311 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 203 เรื่อง แบ่งเป็น 4 กลุ่มคดี โดยมีด้านอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ดำเนินคดีไปแล้ว 716 คดี ด้านอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและทรัพย์สินทางปัญ ญาดำเนินคดีไปแล้ว 482 คดี ส่วนด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ดำเนินคดีไปแล้ว342 คดีด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศและอาชญากรรมพิเศษ ดำเนินคดีไปแล้ว 833 คดีโดยคดีพิเศษที่ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อคำนวณมูลค่าความเสียหาย มีมูลค่ากว่า 350,500ล้านบาท
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่าอีกว่า ในช่วง 5 – 10 ปีข้างหน้า ดีเอสไอได้กำหนดทิศทางการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมโดยเน้นการป้องกัน ปราบปราม สืบสวนสอบสวนอาชญากรรมที่มีลักษณะพิเศษทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งความผิดเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ขณะที่ภารกิจงานด้านค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติจะเน้นในเรื่องการป้องกันและปราบปรามกระทำความผิดที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนการกระทำความผิดที่มีผู้ทรงอิทธิพลอยู่เบื้องหลังเป็นหลักและพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญให้ทันกับอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต



