
ประวิตรยันกองทัพซื้ออาวุธไม่มีฮั่ว-ไม่มีคอมฯ
ประวิตร ยันกองทัพซื้ออาวุธโปร่งใสตรวจสอบได้ ยันไม่มีฮั่ว ไม่มีค่าคอมมิชั่น ระบุงบที่ได้รับเป็นงบผูกพันไม่มีเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนทหารไม่ทำปฎิวัติ
(24ก.ย.) เวลา 09.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ครม.อนุมัติงบจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับกองทัพจำนวน 10,000 กว่าล้านบาท ว่า งบประมาณที่ผ่าน ครม.เป็นงบปี 2552 ซึ่งได้รับการพิจารณาผ่านมาตั้งนานแล้ว โดยผ่านรัฐสภา แต่การที่ต้องมาเข้าครม. เนื่องจากเป็นงบประมาณเกิน 1,000 ล้านบาทของแต่ละโครงการ จึงต้องนำเข้าสู่การพิจารณา ครม.อีกครั้ง ทั้งนี้กองทัพมีความจำเป็นต้องจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ เช่น อาวุธปืนของกองทัพบกใช้มาตั้งแต่สมัยตนรับราชการ และมาได้งบประมาณในการจัดซื้อใหม่ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นโอกาสดีของกองทัพบกที่ได้เปลี่ยนอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่
สำหรับยานพาหนะของกองทัพบกก็ใช้มานานถึง 30 ปีก็ต้องเปลี่ยน ส่วนของกองทัพไทยก็เป็นเครื่องมือต่าง ๆ ทั้งนี้การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพเป็นการจัดซื้อโดยตรงทางบริษัทเป็นการจัดซื้ออย่างโปร่งใส และดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การจัดซื้ออาวุธของกองทัพไม่ได้มีการฮั้วประมวล รวมถึงค่าคอมมิชั่นต่าง ๆ เป็นการจัดซื้อจัดหาอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อถามว่า กลุ่ม นปช.ออกมาระบุว่า การอนุมัติงบประมาณครั้งนี้เป็นการต่างตอบแทนกองทัพเพื่อป้องกันการปฏิวัตินั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่เป็นงบประมาณที่ได้รับการพิจารณาจากรัฐบาลก่อนไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้ แต่เป็นการผูกพันงบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ เมื่อถามว่า ขณะนี้ประเทศกำลังประสบปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ แต่ทำไมถึงอนุมัติงบประมาณจำนวนมากในการจัดซื้อแทนที่จะไปเอาไปบริหารอย่างอื่น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราเข้าใจ แต่งบประมาณนี้เป็นงบปี 2552 ไม่ใช่ปี 2553 ทั้งนี้ในส่วนของปี 2553 ไม่ได้มีการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ใด ๆ ซึ่งเรื่องการจัดซื้ออาวุธจะต้องทำให้เสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ ถ้าซื้อไม่ทันก็จะต้องนำงบประมาณคืนกระทรวงการคลัง
ส่วนเรื่องการเตรียมพร้อมในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มีความพร้อม และได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจ และทำความเข้าใจกับประชาชนว่าการประชุมอาเซียนมีความสำคัญต่อประเทศเป็นอย่างมาก ถ้าหากว่าผ่านการประชุมครั้งนี้ไปได้ประเทศของเราก็จะได้รับความเชื่อมั่น ส่วนการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงนั้น ก็มีการประกาศมา 2 - 3 ครั้งนี้เชื่อว่าทุกคนเข้าใจ เนื่องจากเป็น พรบ.ป้องกัน มากกว่าเป็น พรบ.ปราบปราม เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานในพื้นที่ได้



