
สุดคึก!วันแรกทั่วประเทศแห่รูดปื๊ดบัตรคนจน
รูดบัตรคนจนวันแรกทั่วประเทศสุดคึกคัก แห่ต่อคิวซื้อ ร้านธงฟ้าพรึบทุกจังหวัด ด้านรัฐไม่เสียหน้าคนแห่ถอนตัวไม่นั่งเก้าอี้กก.ยุทธศาสตร์ ‘บิ๊กป้อม’ล้างมาเฟีย
เริ่มอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับการเปิดให้บริการประชาชนในการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรผู้มีรายได้น้อย) เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายน้อยในการใช้เป็นส่วนลดหรือใช้รับสวัสดิการของรัฐต่างๆ เช่น ส่วนลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถเมล์ รถไฟ และสามารจับจ่ายใช้สอยซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคและสินค้าการเกษตรต่างๆ ในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาล โดยในวันรกพบว่าประชาชนในต่างจังหวัดทั่วประเทศต่างออกมารูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกันอย่างคึกคัก
วันแรกบัตรคนจนสุดคึกคัก
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรผู้มีรายได้น้อย) วันแรก โดยทั่วประเทศพบว่าประชาชนต่างออกมาใช้บัตรสวัสดิการรัฐกันอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่ต่างระบุว่าดีใจที่ได้รับบัตรสวัสดิการจากรัฐบาลทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในบ้านและไม่จำเป็นต้องถือเงินสดไปซื้อของ ขณะที่เจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศตรวจสอบการใช้บริการพบที่ศูนย์การค้าที่เข้าร่วมโครงการและที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. เบื้องต้นพบว่าประชาชนนำบัตรไปจับจ่ายใช้ซื้อเครื่องอุปโภคและซื้อปุ๋ย อุปกรณ์การเกษตรอย่างคึกคัก อาทิ ที่ จ.นครราชสีมา ประชาชนจำนวนมากต่างใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐวันแรก โดยเฉพาะที่ร้านหมอยาพลาซ่า ต.หนองไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อท้องถิ่นโคราชที่เข้าร่วมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ได้มีประชาชนยืนต่อคิวรอซื้อของอุปโภคบริโภคกันอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะซื้อข้าวสารอาหารแห้ง น้ำมันพืช ไข่ไก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สบู่ ยาสีฟัน และของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยทางร้านได้จัดโปรโมชั่นต้อนรับการใช้งานบัตรสวัสดิการแห่งรัฐวันแรก ด้วยการแถมไข่ไก่ 1 ฟองต่อการซื้อของ 100 บาท ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่จะซื้อครบวงเงิน 300 บาท ตามที่รัฐบาลกำหนดให้สามารถใช้ซื้อในวงเงิน 300 บาทต่อหนึ่งเดือน
ต่อคิวยาวเหยียดรูดซื้อของ
ด้านนายจักริน เชิดฉาย เจ้าของร้านหมอยาพลาซ่า กล่าวว่า ถือเป็นวันแรกที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อมาซื้อของใช้อุปโภคบริโภคตามร้านค้าต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาล โดยร้านหมอยาพลาซ่าเป็นร้านค้าปลีกท้องถิ่นของชาวโคราช ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 8 สาขาในตัวเมืองนครราชสีมา ซึ่งบรรยากาศตั้งแต่เช้าเวลา 08.00 น. เปิดร้านมาก็มีประชาชนมายืนรอต่อคิวใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐซื้อของกันอย่างคึกคักทุกร้าน ถือว่าเกินความคาดหมาย และน่ายินดีที่รัฐบาลช่วยให้คนจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยทำให้เงินหมุนเวียนไปสู่ร้านค้ารายย่อยต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากให้กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่งด้วยหลังจากกำลังการซื้อซบเซามานาน
สำหรับประชาชนที่ได้รับมอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในจังหวัดนครราชสีมามีอยู่ทั้งสิ้นจำนวน 497,879 ราย โดยกระจายอยู่ทั่วทั้ง 32 อำเภอของจังหวัด ซึ่งคาดว่าการเปิดให้ใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักได้เป็นอย่างดี
ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายวุฒิชัย วงษ์นาคเพ็ชร์ พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อม น.ส.รำพา สุทธิธน คลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกตรวจสอบการใช้บริการพบที่ศูนย์การค้าสหไทยการ์เด้น พลาซ่า และที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส พบว่ามีประชาชนนำบัตรเดินทางไปจับจ่ายใช้ซื้อเครื่องอุปโภคและซื้อปุ๋ย อุปกรณ์การเกษตรอย่างคึกคัก โดยพบมีเพียงบางจุดที่เครื่องรูดบัตรให้รูดได้เพียง 200 บาท ซึ่งได้ประสานแจ้งให้ธนาคารกรุงไทยเข้าดำเนินการแก้ปัญหาทันที
พาณิชย์ธงฟ้าพรึบทั่วประเทศ
ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐสามารถให้บริการผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ราบรื่นเพราะมีสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมีสินค้าธงฟ้าประชารัฐที่ราคาถูกกว่าท้องตลาดวางจำหน่ายในร้านอย่างเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน อย่างไรก็ตาม อาจจะมีเพียงบางพื้นที่ที่มีปัญหาระบบอินเทอร์เน็ตขัดข้อง ทำให้การใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีดีซี มีปัญหาบ้าง แต่สามารถแก้ไขได้ และขณะนี้กระทรวงพาณิชย์สามารถรวบรวมร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ ได้แล้วรวมจำนวน 15,000 แห่ง ซึ่งได้ส่งรายชื่อให้กรมบัญชีกลางทยอยเข้าไปติดตั้งเครื่องอีดีซี คาดว่าจะทยอยติดตั้งได้ครบในช่วงกลางเดือนนี้
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ช่วงเริ่มต้นโครงการอาจจะมีปัญหาบ้าง เพราะเป็นเรื่องใหม่ และบางพื้นที่กรมบัญชีกลางไม่สามารถเข้าไปติดตั้งเครื่องให้ร้านค้าได้ทั่วถึงจึงทำให้เกิดปัญหา ผู้มีรายได้น้อยไม่สามารถใช้บัตรสวัสดิการรูดซื้อสินค้าได้ แต่ได้นำรถธงฟ้าประชารัฐเข้าไปกระจายการจำหน่ายสินค้าเพื่อบรรเทาปัญหาให้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดจุดพื้นที่ที่จะให้รถโมบายเข้าไปวิ่งให้บริการและกำลังติดตั้งเครื่องอีดีซี ให้อยู่ ดังนั้นขอให้ผู้ถือบัตรมีความมั่นใจว่าจะไม่เสียสิทธิ์ในการซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าประชารัฐ เพราะกระทรวงการคลังให้ยกยอดเงินจากเดือนนี้ไปทบในเดือนถัดไปได้ เพื่อบรรเทาปัญหาความล่าช้าในการติดตั้งเครื่องอีดีซี และการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากนี้ได้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามการดำเนินงานและสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศรวบรวมจำนวนร้านค้าที่สามารถติดตั้งเครื่องอีดีซี และสามารถให้บริการได้แล้ว นำมารายงานให้รับทราบ พร้อมกับปัญหาการให้บริการในวันพรุ่งนี้ (2 ต.ค.) เพื่อจะได้แก้ไขปัญหา
ไม่เสียหน้าคนเมินกก.ยุทธศาสตร์
วันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรมว.คมนาคม ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ หลังจากมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่่ผ่านมา ว่าเมื่อเขาไม่ประสงค์ที่จะรับตำแหน่ง รัฐบาลเคารพการตัดสินใจของแต่ละคน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบใดๆ กับรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เสียหน้าหรือเสียมวยอะไร ในเมื่อมีผู้ขอลาออกก็สามารถแต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าไปแทนที่ได้
เมื่อถามถึงกรณีที่นายชัชชาติระบุว่าไม่ทราบเรื่องมาก่อนว่าจะได้มาทำหน้าที่กรรมการดังกล่าว พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า การติดต่อพูดคุยกับผู้ที่จะได้เป็นกรรมการชุดดังกล่าวนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ไปพูดคุยด้วยตัวเองกับทุกคนอยู่แล้ว แต่ได้มอบหมายให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในแต่ละสายไปประสานงาน ดังนั้นในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศก็ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะต้องรู้สึกเขินและเสียหน้า แต่เราเคารพการตัดสินใจซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ตนคิดว่าผู้ที่รับผิดชอบทำหน้าที่ประสานงานในแต่ละสายคงต้องพูดคุยกับคนเหล่านั้นอีกครั้ง ซึ่งก็ไม่แน่ว่าในวันข้างหน้าเขาอาจเปลี่ยนใจมาร่วมทำงานด้วยก็ได้ หรือถ้าเขายังคงปฏิเสธรัฐบาลก็สามารถแต่งตั้งคนใหม่เข้ามาแทน
ส่วนที่ถามว่าปัจจัยทางการเมืองจะถูกนำมาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจขอลาออกหรือไม่ พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามไม่นำทุกเรื่องไปเชื่อมโยงกับการเมือง เรื่องการเมืองก็ว่าไป แต่สิ่งที่รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พยายามทำวันนี้เพราะต้องการปฏิรูปและจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเพื่อให้ประเทศไทยมีเป้าหมายการเดินหน้าต่อไปในอนาคต โดยไม่ได้เอาเรื่องการเมืองเข้ามาปะปน
‘ชัชชาติ’ ขอโทษสื่อสารคลาดเคลื่อน
นายชัชชาติ เปิดเผยว่า กรณีที่นายวิษณุ ออกมาให้ข้อมูลว่ารับเป็นคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันแล้วนั้น คงเป็นความบกพร่องของตนเองที่สื่อสารกับทีมงานของรองนายกฯ ไม่ชัดเจน โดยทีมงานของนายวิษณุได้แจ้งมาตอนบ่ายวันที่ 27 กันยายน ซึ่งได้บอกว่าไม่เคยทราบเรื่อง ขอดูรายละเอียดก่อน จะแจ้งในวันรุ่งขึ้น พอวันรุ่งขึ้นมีรายชื่อออกมาแล้ว ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้เป็นสาธารณะและเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องดูรายละเอียดให้ชัดเจนจึงไม่ได้แจ้งกลับ อาจทำให้ทีมงานนายวิษณุเข้าใจว่ารับแล้ว ต้องกราบขอโทษนายวิษณุและขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณานึกถึง ให้เกียรติและให้โอกาส ทุกคนช่วยกันทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด เพื่อให้ทุกอย่างเดินก้าวต่อไปได้
วิษณุชี้อายุความ ‘ปู’ หยุดชั่วคราว
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรี 5 ปี ในคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า การอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ส่วนวิธีการอุทธรณ์นั้นต้องยึดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้ที่ระบุไว้ชัดว่าเจ้าตัวต้องมายื่นอุทธรณ์ด้วยตนเอง เพราะบางเรื่องเมื่อกฎหมายใหม่ออกมาแล้วเรื่องใดเกี่ยวกับโทษหนัก โทษเบา ให้ใช้กฎหมายเก่า แต่ถ้าเป็นวิธีการพิจารณาระหว่างศาลกับจำเลยเขาให้ย้อนมาตลอด
ส่วนอายุความในการดำเนินคดีมีอยู่ในประมวลกฎหมายอาญาแต่ พ.ร.บ.คณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2558 กำหนดไว้ว่า คดีลักษณะนี้หากหนีคดีอายุความสะดุดหยุดลงไม่นับ หากสามารถนำตัวมาดำเนินการต่อได้ก็ให้นับอายุความต่อ ถ้าครบกรอบกำหนดเวลาแล้วแต่ยังไม่สามารถทำอะไรก็ถือว่าหมดอายุความ ซึ่งไม่อยากให้ใช้คำว่าคดีไม่มีอายุความ เพราะข้อเท็จจริงคืออายุความมันหยุดไม่นับต่อเนื่อง กลับมาแล้วก็นับกันใหม่ ส่วนกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าข่ายเป็นคดีของนักการเมืองที่สามารถขอลี้ภัยทางการเมืองได้ใช่หรือไม่นั้น การเป็นนักการเมืองเพื่อเหตุผลในการลี้ภัย ต้องเป็นคดีการเมือง อย่ายึดคำว่านักการเมือง เพราะนักการเมืองฆ่าคนแล้วหนีจะลี้ภัยทางการเมืองได้หรือไม่ ต้องตอบว่าไม่ได้ มันต้องเป็นคดีการเมือง เช่น กรณีการยึดอำนาจ
ดักคอคนอยากเป็นนายกฯ คนนอก
วันเดียวกันนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตและแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า อย่าฝันหวานไปนัก การเลื่อนการเลือกตั้งออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ กับการทำให้คนในคสช.ได้เป็นนายกฯ คนนอกหลังการเลือกตั้ง คือ เรื่องเดียวกัน จากนี้ไปโจทย์ใหญ่ของคสช. คือการใช้เวลาก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทำให้แน่ใจว่าพรรคการเมืองทั้งหลายโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยจะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นั่นก็หมายความว่า ยังจะเกิดอะไรต่อมิอะไรขึ้นอีกมาก ทั้งการออกกฎหมายลูก เตรียมองค์กรตามรัฐธรรมนูญและการจัดการกับพรรคการเมืองและนักการเมือง ทั้งการกระทำต่อชื่อเสียง คะแนนนิยม องค์กรและบุคลากร รวมทั้งการสร้างฐานการเมืองสนับสนุนผู้นำคสช.ให้กว้างและเข้มแข็งมากขึ้นๆ
“ผมเป็นคนหนึ่งที่คิดว่า หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า คนนอกมีโอกาสเป็นนายกฯ มากกว่า ส.ส.จากพรรคการเมืองมาก แต่ฟังความเห็นนักการเมืองกับคอการเมือง รวมถึงประชาชนที่ได้คุยกันมาบ้างก็รู้สึกว่า หากคนนอกได้เป็นนายกฯ ก็ไม่ใช่จะบริหารงานได้ราบรื่นง่ายดาย รัฐบาลอาจจะไม่มีเสถียรภาพเอาเสียเลยด้วยซ้ำ สถานการณ์น่าจะต่างจากสมัยประชาธิปไตยครึ่งใบเมื่อ 30 กว่าปีก่อนอย่างมาก เมื่อก่อนนี้ พรรคการเมืองในสภามีหลายพรรค พรรคที่ใหญ่ที่สุดมีส.ส.อย่างมากก็ประมาณหนึ่งในสามของส.ส.ทั้งหมด แต่ในระยะหลังพรรคการเมืองมีขนาดใหญ่กว่าเดิมมาก ถึงแม้ระบบเลือกตั้งจะหาทางป้องกันไม่ให้พรรคใดพรรคหนึ่งได้เสียงข้างมาก แต่ก็คงไม่เกิดสภาพเบี้ยหัวแตกอย่างในอดีตอีกแล้ว ดังนั้นหากพรรคการเมืองใหญ่แค่พรรคเดียวไม่ร่วมรัฐบาล รัฐบาลก็ไม่ใช่จะอยู่ได้แบบสบายเหมือนในอดีต การต่อรองในรัฐบาลก็จะดุเดือดเข้มข้น พลาดนิดเดียวรัฐบาลก็ล้มได้เหมือนกัน ยิ่งรัฐบาลนายกฯ คนนอกต้องคอยเอาใจส.ว.250 คน และพรรคการเมืองต่างๆ โดยไม่ต้องคอยตอบสนองความต้องการของประชาชน ความมั่นคงทางการเมืองก็จะยิ่งน้อย นอกจากนั้นในปัจจุบันดูจะไม่ง่ายนักที่พรรคการเมืองต่างๆ จะไปสนับสนุนคนนอกเป็นนายกฯ โดยไม่ฟังเสียงประชาชน กลายเป็นว่าถ้าพรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาลได้ก็ถูกกำกับด้วยยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปจนทำอะไรไม่ได้ และคงอยู่ได้ไม่นานก็จะถูกกลไกในรัฐธรรมนูญจัดการให้พ้นหน้าที่ไป ถ้าเป็นรัฐบาลนายกฯ คนนอกก็จะเจอปัญหาอีกแบบ คือต้องเจอกับการต่อรองในฝ่ายรัฐบาลและยังขาดทั้งเสถียรภาพในสภาและขาดความชอบธรรมทางการเมืองอีกด้วย เรามาถึงจุดนี้ก็เพราะคสช. ต้องการระบบที่ตนเองสืบทอดอำนาจได้แน่ๆ เต็มๆ ไปเลย แต่พอร่างรัฐธรรมนูญกันออกมาแล้วกลับครึ่งๆ กลางๆ ไม่ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดดังที่ตั้งใจ เรื่องก็เลยจะไม่ง่ายอย่างที่วางแผนเอาไว้” นายจาตุรนต์ ระบุ
จ่อส่งศาลตีความก.ม.ลูกกกต.
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่าขณะนี้สำนักกฎหมายและคดีของสำนักงาน กกต.อยู่ระหว่างการยกร่างคำร้องเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. มาตรา 26 ที่ตัดอำนาจ กกต.คนเดียวสามารถระงับยับยั้งการเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งได้หากพบว่ามีการกระทำทุจริต และมาตรา 27 ที่ตัดอำนาจ กกต.ไม่ให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้เอง เข้าข่ายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งหากสำนักกฎหมายดำเนินการยกร่างคำร้องเสร็จเมื่อใดก็ให้เสนอเข้าที่ประชุมเพื่อให้กกต. ลงนาม เข้าใจว่าสัปดาห์หน้าน่าจะเสร็จเรียบร้อย หรืออย่างช้าสุดก็น่าจะไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพราะเป็นการนำคำร้องเดิมที่กกต.เคยยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญไว้มาปรับปรุงใหม่
นายสมชัย กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุผลที่กกต.จะยื่นนั้นก็จะเป็นการยืนยันว่าบทบัญญัติทั้ง 2 มาตราดังกล่าวมีเนื้อหาที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ และอาจมีปัญหาทางปฏิบัติในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนตนเองนั้นก็จะขอใช้สิทธิส่วนบุคคลยื่นศาลรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน โดยจะเป็นการยื่นเรื่องผ่านทางผู้ตรวจการแผ่นดินในวันพุธที่ 4 ตุลาคมนี้ ส่วนจะยื่นให้วินิจฉัยประเด็นใดนั้น ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด
"โพล” ชี้เกษตรกรหนุน “บิ๊กตู่” น้อย
วันเดียวกัน ดร.นพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลโพลเรื่อง “จับสัญญาณจากกลุ่มเกษตรกร กับการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี” กรณีศึกษาทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,143 คน ระหว่างวันที่ 20–30 กันยายน พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 68.5 ยังคงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี เพราะซื่อสัตย์สุจริต จริงจังจริงใจแก้ปัญหาประเทศ เด็ดขาด ทนต่อความเหนื่อยยาก บากบั่นอดทน พูดเก่งรู้จริง เข้าใจเข้าถึงปัญหา ยึดความถูกต้อง น่าเห็นใจ ขณะที่ร้อยละ 31.5 ไม่สนับสนุน เพราะแก้ปัญหาปากท้องไม่ได้ ค่าครองชีพสูง คนไทยถูกแย่งอาชีพ ไม่มีงานทำ เป็นต้น
ทั้งนี้เมื่อจำแนกกลุ่มผู้สนับสนุนและไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ โดยแบ่งตามการจำแนกติดตามข่าวการเมือง พบว่ากลุ่มผู้ติดตามข่าวการเมืองสนับสนุนร้อยละ 69.1 สูงกว่ากลุ่มไม่ติดตามข่าวการเมืองที่มีอยู่ร้อยละ 52.3 เมื่อจำแนกตามระดับการศึกษาพบว่าคนที่มีการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีมีสัดส่วนการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ น้อยที่สุดเพียงร้อยละ 25.0 เท่านั้น ในขณะที่คนที่ต่ำกว่าปริญญาตรีสนับสนุนอยู่ที่ร้อยละ 68.5 นอกจากนี้เมื่อแบ่งจำแนกอาชีพการสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ พบว่ากลุ่มที่สนับสนุนมากที่สุดคือเจ้าหน้าที่รัฐร้อยละ 73.3 รองลงมาคือนักศึกษาร้อยละ 69.7 พนักงานบริษัทร้อยละ 63.0 ค้าขาย/ธุรกิจ ร้อยละ 64.2 ส่วนเกษตรกรน้อยที่สุดคือร้อยละ 58.3
นายนพดล กล่าวต่อว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้สัญญาณที่น่าเป็นห่วงอาจเกิดแรงเสียดทานต่อการขับเคลื่อนประเทศและเกิดภาพปรากฏของการไม่ตอบสนองนโยบายรัฐบาลจากสาธารณชนได้ เพราะกลุ่มเกษตรกรที่เป็นกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งของประเทศเริ่มสนับสนุนนายกรัฐมนตรีน้อยที่สุด โดยระบุว่าได้รับการดูแลยังไม่ดีเพียงพอจากมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ทำให้กลุ่มนายทุนภาคการเกษตรได้รับประโยชน์มากกว่ากลุ่มเกษตรกรตัวจริง ในขณะที่น่าเป็นห่วงอีก 2 กลุ่มคือ กลุ่มคนที่มีการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีและกลุ่มที่ไม่ติดตามข่าวการเมือง เพราะเป็นสัญญาณที่เคยค้นพบขณะทำโพลคะแนนนิยมที่ตกต่ำของรัฐบาลในอดีตโดยเริ่มจากคนที่มีการศึกษาสูงและคนที่ไม่ยอมติดตามข่าวการเมืองเพราะเบื่อการเมือง จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่รัฐบาลต้องรักษาฐานสนับสนุนจากสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง
‘บิ๊กป้อม’ สั่งลุยล้างมาเฟียต่างชาติ
วันเดียวกัน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ร่วมกันเร่งดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญกรรมในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเครือข่ายกลุ่มอิทธิพลนอกกฎหมายในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ การค้าประเวณี ยาเสพติด การเรียกค่าคุ้มครอง ซึ่งโยงการฟอกเงินและเกี่ยวข้องอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อเปิดพื้นที่ปลอดภัยและสร้างความเป็นธรรมให้นักท่องเที่ยว โดยให้ทุกส่วนราชการให้ความสำคัญกับงานด้านการข่าว และทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำชับให้หัวหน้าส่วนราชการกำกับดูแลมิให้ข้าราชการในสังกัดเข้าไปเกี่ยวข้องหรือทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลเสียเองเป็นอันขาด
“บิ๊กบัง”เปิดบ้านวันเกิด 71 ปี
ที่บ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ (มภ.) เปิดบ้านพักรับรองให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาในหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) นำคณะนายทหารเข้าอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 71 ปี ล่วงหน้า 1 วัน โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ร่วมอวยพร นอกจากนี้ยังมีนพ.อุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา เลขาธิการพรรคมภ.เป็นตัวแทนเข้าอวยพร
(ข่าวหน้า 1 นสพ.คมชัดลึก)



