
อดีตผู้นำฝรั่งเศสปฏิเสธกิ๊กกับเจ้าหญิงไดอาน่า
อดีตผู้นำฝรั่งเศสปฏิเสธสัมพันธ์รักกับเจ้าหญิงไดอาน่า แต่ยอมรับว่าเขียนนวนิยายรักเจ้าหญิงกับประธานาธิบดี เพื่ออุทิศให้พระองค์
(24ก.ย.) อดีตประธานาธิบดีวาเลอรี่ จิสการ์ด เดสแตงของฝรั่งเศส ออกมาปฏิเสธเมื่อวันพุธ ต่อเสียงคาดการณ์อย่างกว้างขวางเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจ้าหญิงไดอาน่าผู้ล่วงลับของอังกฤษ หลังจากหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสพากันตีพิมพ์ข้อความคัดย่อบางส่วนจากนวนิยายเล่มใหม่ของเขา ที่เขียนเสร็จเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีชื่อว่า "เจ้าหญิงกับประธานาธิบดี"(The Princess and the President) เป็นนิยายที่มีชีวิตชีวาเกี่ยวกับความรักระหว่างประธานาธิบดีฝรั่งเศสชื่อฌาคส์ อองรี แลมแบร์เย่ กับแพทริเซียแห่งคาร์ดีฟ เจ้าหญิงอังกฤษผู้พบกันในงานเลี้ยงอาหารค่ำปิดประขชุมสุดยอดจี-7 ในขณะที่เจ้าหญิงทรงกำลังเป็นทุกข์เพราะพระสวามีนอกพระทัย
นายเดสแตงวัย 83 ปีให้สัมภาษณ์นิตยสารรายสัปดาห์"เลอ ปวง"ว่า ขอไม่ให้กล่าวเกินจริงในเรื่องนี้ เขาเพียงได้รู้จักกับเจ้าหญิงไดอาน่าและมีความเชื่อใจกัน เพราะเจ้าหญิงทรงต้องการคนที่จะรับฟัง เขาแต่งเนื้อเรื่องในนิยายขึ้น แต่สถานที่และฉากเป็นของจริง และว่าแนวคิดที่จะเขียนนิยายเล่มนี้มาจากเจ้าหญิงไดอาน่าเอง ในระหว่างการสนทนาเมื่อปี 2537 เกี่ยวกับชีวิตรักของผู้นำโลก และเจ้าหญิงได้ตรัสเรื่องนี้อีกครั้งในการสนทนาครั้งสุดท้ายกับเขา ซึ่งมีขึ้น 6 สัปดาห์ก่อนจะสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่กรุงปารีสเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2540 ทำให้เขาคิดว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่เขาได้ให้ไว้กับพระองค์ที่ต้องปฏิบัติตาม
แม้จะวางตลาดในฐานะนิยาย แต่บุคลิกของตัวละครล้วนใกล้ชิดกับบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ของเมื่อไม่นานมานี้ นายเดสแตงยอมรับว่า เจ้าหญิงไดอาน่าคือตัวละครหลักที่เขาพยายามทำให้พระองค์ทรงกลับมามีพระชนม์ชีพอีกครั้ง อย่างที่ทรงเคยเป็นตอนที่พบกับเขา และเขาคิดว่าได้ผลใกล้เคียงกับความเป็นจริง เขากล่าวด้วยว่าพระองค์ทรงมีพระรูปโฉมงดงามกว่าที่จะจินตนาการได้ รวมทั้งพระฉวีที่งดงามมากและพระวรกายแบบนักกีฬา
นายเดสแตงกล่าวด้วยว่า ทุกครั้งที่ขับรถผ่านอุโมงค์" ปงค์ เดอ ลัลมา" ซึ่งเขาต้องผ่านทุกวันหากอยู่ในกรุงปารีส เขาจะคิดถึงพระองค์เมื่อขับรถผ่านเสาต้นที่ 13 ทางที่มาจากซ้ายมือ ด้านที่มาจากถนนคองคอร์ด เพราะเป็นจุดที่รถพระที่นั่งพุ่งชน เขาจึงอุทิศตนเพื่อพระองค์ ด้วยการนำพระองค์ให้ทรงกลับมามีชีวิตในนิยายที่เขาเขียน ให้ตัวละครเป็นอย่างที่พระองค์ทรงเป็น กล่าวคือเป็นคนจริงใจและมีเมตตา แต่มักต้องผิดหวังในตัวคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาคนรัก ลึกๆในพระทัยทรงเต็มไปด้วยความผิดหวัง และทรงปรารถนาอย่างจริงที่จะให้มีคนรักพระองค์
หนังสือเล่มนี้มีชื่อภาษาฝรั่งเศสว่า" ลา แปรงเซส์ เอ เลอ เปรซิดัง " (La princesse et le president ) เป็นนิยายรักเล่มที่สองของนายเดสแตง ถัดจากเล่มแรกเมื่อปี 2537 ที่มีชื่อว่า"เลอ ปาซาฌ"(Le passage) หรือ"เดอะ พาสเซจ" ซึ่งแปลว่า"ทางผ่าน"



