ข่าว

อคส.เร่งเช็คสภาพข้าวในโกดังประมูลผิดสเปคค่าเสียหายหมื่นล้าน

อคส.เร่งเช็คสภาพข้าวในโกดังประมูลผิดสเปคค่าเสียหายหมื่นล้าน

29 ก.ย. 2560

อคส.เร่งเช็คสภาพข้าวในโกดังประมูลผิดสเปค ค่าเสียหายหมื่นล้าน

 โครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่สมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และมีการนำออกประมูล ได้มีผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่เข้าร่วมประมูล รวมตัวยื่นหนังสือร้องเรียนมายังองค์การคลังสินค้า (อคส.) ให้เร่งเข้าไปตรวจสอบสภาพข้าวในโครงการประมูลหลังส่งมอบข้าวสารเพื่อการบริโภคในช่วงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ปริมาณกว่า 1 ล้านตัน จาก190โกดังทั่วประเทศ พบว่ามีปริมาณข้าวและคุณภาพข้าวไม่เป็นไปตามที่กำหนด

พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปตรวจสอบว่าเป็นไปตามที่ผู้ประกอบการข้าวยื่นหนังสือร้องเรียนเข้ามาหรือไม่ 

สำหรับขั้นตอนการดูแลข้าวสารในโครงการรับจำนำ เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้าวระดับจังหวัดเป็นหน่วยงานกำกับดูแล และมีอคส.ในฐานะเจ้าของคลังสินค้าไปเปิดคลังให้กับบริษัทเซอร์เวย์เยอร์ตามกำหนด 

ดังนั้นจึงต้องไปพิจารณาว่าข้าวในโกดังที่ร้องเรียนเรื่องความเสียหายนั้นมีขั้นตอนการเก็บรักษาตามเงื่อนไขหรือไม่ หากเป็นไปตามที่ถูกร้องเรียน เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของทางผู้รับฝากข้าว ทั้งเจ้าของโกดัง โรงสี และบริษัทเซอร์เวย์เยอร์ต้องรับผิดชอบตามเงื่อนไขสัญญา

ด้านพ.อ.(พิเศษ)ดิเรก ดีประเสริฐ รองประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า กล่าวเสริมว่า หากมีการร้องเรียนความเสียหายก็ต้องให้ความร่วมมือตรวจสอบและแก้ไขอย่างเป็นระบบ โดยเรียกผู้เกี่ยวข้องทุกรายเข้ามาชี้แจงความเสียหายที่ได้รับอย่างโปร่งใส

“อคส.ไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่ประมูลข้าวได้ ซึ่งความเสียหายดังกล่าวจะต้องมีผู้ที่รับผิดชอบเรื่องความเสียหาย ตามสัญญาซื้อขายระบุไว้ชัดเจน หากข้าวที่ได้ไปไม่ตรงตามสเปค จะต้องมีผู้รับผิดชอบ”

ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการค้าข้าว ระบุว่า พบข้าวที่ชนะประมูลไม่ตรงกับสเปคจำนวนมาก ตั้งแต่เริ่มการประมูลเมื่อต้นปี เช่น บริษัท แคปปิตัลซีเรียลส์ จำกัด ที่ประมูลข้าว5 % แต่กลับได้ปลายข้าว โดยพบว่าข้าวไม่ตรงมาตรฐานจำนวน 2 โกดังคือ กำแพงเพชรและพิษณุโลก ปริมาณข้าว7 หมื่นตัน รวมถึงข้าวหอมมะลิที่ประมูลไปบางส่วน

จากการพิจารณาผลกระทบโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถือว่าส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อข้าวจนถึงปัจจุบัน ที่ต้องยอมรับว่า มีการทุจริตส่งผลต่อมาถึงการประมูลข้าวที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือข้าวผิดสเปคจนต้องเข้าไปตรวจสอบ โดยมีข้อเสนอทางออกให้คัดแยกข้าวก่อนขนย้าย เพื่อแยกข้าวดี ข้าวเสีย ซึ่งในส่วนของข้าวผิดสเปค จะต้องกำหนดเงื่อนไขแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป เช่น ภาครัฐซื้อคืน หรือขายในราคาตลาดตามสภาพข้าว

สำหรับบริษัทค้าข้าวรายใหญ่ที่พบปัญหาข้าวไม่ได้มาตรฐาน มี 5 รายใหญ่ คือ บริษัทพงษ์ลาภ,กรุงไทยพืชผล,แคปปิตัลซีเรียลส์ จำกัด,ไทยแกรนด์ลักซ์,ธนสรรไรซ์ ปริมาณข้าวกว่า1ล้านตัน รวมความเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านบาท

ส่วนกรณีที่ตรวจพบว่า บริษัทวีออร์แกนิค ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูลข้าวสู่ภาคอุตสาหกรรม ไม่ปฏิบัติตามสัญญา โดยไม่นำข้าวที่ประมูลไปบดแต่กลับนำไปผสมกับผงคาร์บอน หรือถ่านซึ่งทางเจ้าหน้าที่กองปราบปรามกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีพฤติกรรมฉ้อโกงหรือเข้าข่ายว่าด้วยความผิดกฎหมายมูลฐานการฟอกเงินหรือไม่เพราะการนำข้าวมาผสมกับผงคาร์บอนเพื่อดูดกลิ่นและทำให้สีของข้าวขาวขึ้น สามารถนำมาปรับปรุงผสมกับข้าวเพื่อการบริโภคขายต่อได้

ทั้งนี้ยืนยันว่าที่ผ่านมามีตรวจสอบการขนย้ายข้าวไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและอาหารสัตว์อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวที่ถูกประมูลถูกนำไปปรับปรุงและนำมาขายต่อให้ผู้บริโภค

ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในโครงการรับจำนำข้าวที่ทำให้ อคส.เสียหาย ขณะนี้มีการร้องไปที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ( ปปท.) กว่า700 คดีและพบมีเจ้าหน้าที่ อคส.ไปเกี่ยวข้อง ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบและสั่งย้ายออกจากพื้นที่ สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับคดีความมากกว่า50คดีขึ้นไปซึ่งขณะนี้พบกว่า20คน หากสอบสวนพบกระทำผิดจะดำเนินการลงโทษตามกฎหมาย