ข่าว

คุมหนุ่มโปแลนด์บึ้มตู้เอทีเอ็มทำแผน

คุมหนุ่มโปแลนด์บึ้มตู้เอทีเอ็มทำแผน

28 ก.ย. 2560

คุมตัวหนุ่มโปแลนด์ ระเบิดตู้เอทีเอ็มทำแผน เผยรู้จักป่ารกร้างที่ทิ้งกระเป๋า เพราะเคยเข้าไปตกปลา ตร.เผยมีหลักฐานเชื่อว่าเตรียมก่อเหตุซ้ำ



               เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 28 กันยายน 2560 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ประเวศ ควบคุมตัวนายกราคยาน พาเวล สแตนิช เซวสกี้ ( Mr.Gracjan Pawel Stanisewski ) อายุ 36 ปี สัญชาติโปแลนด์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีเลขที่ 890/2560 ในข้อหาลักทรัพย์เวลากลางคืน ทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อพาทรัพย์นั้นไป มาทำแผนชี้จุดประกอบคำรับสารภาพบริเวณตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ หน้าประตูทางเข้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา แขวงสะพานสูง เขตประเวศ กรุงเทพฯ ท้ายซอยกรุงเทพกรีฑา 15/1 และปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านถนนศรีนครินทร์
               โดยจุดแรกได้ให้นายกราคยาน พาเวล สแตนิช เซวสกี้ชี้จุดที่ได้ขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีขาว ทะเบียน 4 กญ 5784 กรุงเทพมหานคร มาจอดไว้ก่อนเอาอุปกรณ์ลูกบอลขนาดใหญ่ที่ใส่ในกระเป๋าเดินทางมาวางไว้หน้าตู้เอทีเอ็ม ก่อนจะต่ออุปกรณ์แล้วปล่อยแก๊สเข้าไปภายในตู้เอทีเอ็ม พร้อมราดน้ำมันเป็นทางก่อนจุดไฟ เพื่อให้ตู้เอทีเอ็มระเบิด จากนั้นจึงเข้าไปเก็บเงินแล้วจึงกลับมาที่รถจยย.ที่จอดไว้ ต่อจากนั้นได้ขี่รถจยย.ออกจากห้างเลี้ยวขวามุ่งหน้าถนนกรุงเทพกรีฑา แล้วเลี้ยวเข้าซอยกรุงเทพกรีฑา 15/1 ซึ่งเป็นจุดที่ 2 ที่นายกราคยาน พาเวล สแตนิช เซวสกี้ ได้ขี่รถจยย.เข้าไปในพื้นที่ป่ารกร้างภายในมีสระน้ำ ก่อนจะนำกระเป๋าไปฝังและนำกระเป๋าเดินทางทิ้งน้ำ เพื่อทำลายหลักฐาน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายกราคยาน พาเวล สแตนิช เซวสกี้ ไปชี้จุดที่ซื้อน้ำมันบริเวณปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านถนนศรีนครินทร์ โดยหลังจากชี้จุดประกอบคำรับสารภาพเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวนายกราคยาน พาเวล สแตนิช เซวสกี้ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรีต่อไป
               ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายกราคยาน พาเวล สแตนิช เซวสกี้มาชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ โดยผู้ต้องหามาด้วยความสมัครใจ ซึ่งนายกราคยาน พาเวล สแตนิช เซวสกี้รับว่า รู้จักบริเวณป่ารกร้างภายในซอยกรุงเทพกรีฑา 15/1 เนื่องจากเคยมาตกปลาบริเวณดังกล่าว 3-4 ครั้ง โดยมาเพียงคนเดียว ทั้งตอนที่ตกปลาและในวันก่อเหตุ ซึ่งก็พอจะรับฟังได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องนำหลักฐานอื่นมาประกอบอีก ทั้งนี้การนำชี้ที่เกิดเหตุเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวน เพื่อชี้ให้เห็นว่าคำรับของผู้ต้องหาสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งผู้ต้องหาได้ชี้จุดว่าอะไรอยู่ตรงไหนอย่างไรซึ่งสอดคล้องกับคำรับสารภาพ
               ขณะที่พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามจากพยานหลักฐานที่มี เชื่อว่านายกราคยาน พาเวล สแตนิช เซวสกี้เตรียมที่จะก่อเหตุอีก เนื่องจากเจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์อีกชุด และสติ๊กเกอร์ที่ใช้สำหรับเปลี่ยนสีรถ