
สนช.รับหลักการตั้ง EEC
สนช.รับหลักการ กม.ตั้ง EEC "สมศิด"แจง เลื่อกพื้นที่"ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง"เพราะศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง เชื่อเป็นแม่แบบพัฒนาพื้นทีประเทศไทย
27 ก.ย.60 มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธาน โดยได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ..ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงหลักการและเหตุผล ว่า รัฐบาลมุ่งหวังให้จัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(Eastern Economics Corridor : EEC) เป็นกลไกขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ และผลักดันให้เกิดการเติบโต ขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในประเทศไทย และแนวทางที่เหมาะสมให้สอดรับกับการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจให้สามารถดึงเทคโนโลยีชั้นสูงมาสู่ประเทศไทย ดังนั้น ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จึงเปรียบเหมือนแม่แบบในการสร้างฐานความเจริญเติบโตครั้งใหม่ ที่จะช่วยขับเคลื่อนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
รองนายกฯ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่รัฐบาลเลือกพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก เพราะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมในระบบที่สามารถต่อยอดการพัฒนาได้ทันที และมีอุตสาหกรรมหลักที่ที่เป็นฐานอุตสาหกรรมอื่นตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก การตราร่างกฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกฎหมายที่ใช้บังคับภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานปัจจุบันไม่เอื้อต่อการบูรณาการ เพื่อพัฒนาพื้นที่ที่มีองค์ประกอบเชื่อมโยงซับซ้อนในหลายมิติ ซึ่งต้องการการบริหารจัดการพื้นที่ในทุกมิติให้เกิดผลอย่างเต็มศักยภาพ และร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะเป็นแม่แบบของการพัฒนาพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอื่นๆในอนาคตอีกด้วย
สำหรับสาระสำคัญ คือให้พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง และพื้นที่อื่นใดที่อยู่ในภาคตะวันออกที่กำหนดเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนากิจกรมทางเศรษฐกิจที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ให้ผู้ประกอบกิจการหรืออยู่อาศัยในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษได้รับสิทธิประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่คณะกรรมการนโยบายฯกำหนด ดังต่อไปนี้1.สิทธิในการถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นของคนต่างด้าว 2.สิทธิในการนำคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่อาศัยในราชอาณาจักร 3.สิทธิในการที่จะได้รับยกเว้นหรือลดหย่อยภาษีอากร 4.สิทธิในการทำธุรกรรมทางการเงิน 5.สิทธิประโยชน์อื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้เปิดให้สมาชิกได้อภิปรายซึ่งส่วนใหญ่สนับสนุนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวแต่ได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จะตามมา โดยเฉพาะมาตา 34 ที่บัญญัติว่าในกรณีที่มีความจำเป็นต้องได้มาซึ่งที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเขตพัฒนาภาคตะวันออก ให้สำนักงานคณะกรรมการฯมีอำนาจดำเนินการโดยวิธีการจัดซื้อ เช่า เช่าซื้อ แลกเปลี่ยน เวนคืน ถมทะเลหรือโดยวิธีการอื่นตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการฯกำหนด โดยการถมทะเลให้สำนักงานคณะกรรมการฯได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยและกฎหมายว่าด้วยการประมอง และให้ที่ดินที่เกิดขึ้นจากการถมทะเลเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่สำนักงานมีอำนาจใช้ จัดหาประโยชน์และดูแลรักษาเป็นการเฉพาะ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงว่า การออกกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ให้สิทธิพิเศษแก่ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่พิเศษ ไม่ได้ให้อำนาจแก่เลขาธิการสำนักงานฯในการอนุมัติหรือจัดการแต่เพียงผู้เดียว แต่ในที่สุดแล้วสิทธิพิเศษที่จะให้แก่กันจริง ๆ จะมีอยู่เฉพาะบางพื้นที่เท่านั้นไม่ใช่ให้ทั้งหมด ซึ่งเรียกว่าเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับการถมทะเลนั้นทุกวันนี้ก็สามารถทำได้ตามกฎหมายปกติ เพียงแต่ร่างพ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้ยกเอาขั้นตอนของกฎหมายปกติมาใส่ไว้ในกฎหมายฉบับนี้เท่านั้น เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว เพราะถ้าใช้เฉพาะขั้นตอนตามกฎหมายเดิมจะต้องผ่านรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงมติคณะรัฐมนตรี
"ในที่สุดถ้าคิดว่าการถมทะเลเป็นเรื่องใหญ่โตที่ควรต้องบริหารจัดการตามพ.ร.บ.เกี่ยวกับการถมทะเล ก็ขอให้ไปว่ากันในชั้นคณะกรรมาธิการ ในส่วนของรัฐบาลได้เสนอมาในรูปแบบตุ๊กตาเป็นเช่นนี้" นายวิษณุ กล่าว
จากนั้นที่ประชุมได้มีมติเอกฉันท์ 175 คะแนนรับหลักการร่างพ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการสามัญจำนวน 30 คน กำหนดกรอบเวลาทำงานต้องให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันก่อนส่งกลับมาให้สนช.ลงมติอีกครั้ง



