ข่าว

"ปัญญา หาญลำยวง" อธิบดีกรมพลศึกษาคนที่ 28

"ปัญญา หาญลำยวง" อธิบดีกรมพลศึกษาคนที่ 28

28 ก.ย. 2560

กรมพลศึกษาเป็นองค์กรที่สร้างความสุขให้แก่ประชาชน

กรมพลศึกษา ภายใต้ฟ้าใหม่ ได้อธิบดีคนใหม่ป้ายแดง เป็นลำดับที่ 28 ชื่อ “ดร.ปัญญา หาญลำยวง” อดีตผู้ตัดสินฟุตบอลระดับฟีฟ่า ที่คนวงการกีฬาไทยรู้จักกันดี
ดร.ปัญญา หาญลำยวง เกิดเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2502 ภูมิลำเนา จังหวัดชัยนาท เริ่มต้นรับราชการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2525 ในตำแหน่งอาจารย์ 1 ระดับ 3 วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดอ่างทอง จากนั้น พ.ศ. 2553 ได้ย้ายมาทำงานที่กรมพลศึกษาในตำแหน่งนักพัฒนาการกีฬา โรงเรียนผู้ตัดสินกีฬา สถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2555 ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา จากนั้น 1 เดือน ได้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2558 ได้ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักนันทนาการ จากนั้นในปี พ.ศ. 2559 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองอธิบดีกรมพลศึกษา
หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2560 ได้ย้ายไปเป็นหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเวลา 7 เดือน ก่อนที่จะได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษา คนที่ 28 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2560
อธิบดีกรมพลศึกษา คนที่ 28 ได้กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่อย่างดีเยี่ยม ทำให้งานของกรมพลศึกษานั้นเดินหน้าไปด้วยดี และมีปประสิทธิภาพ ซึ่งนโยบายการทำงานของตนนั้น คือ การสานนโยบายของรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี ,กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งกรมพลศึกษา มีภารกิจหลักคือ การสนับสนุน ส่งเสริมให้คนออกกำลังกายให้มากที่สุด โดยสอดคล้องกับ แผนยุทธศาสตร์ของกรมพลศึกษา ทั้งเรื่องของกีฬา นันทนาการ การท่องเที่ยว ไปจนถึงแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ,ต้องบูรณาการ การทำงานของกรมพลศึกษา ไปจนถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานกีฬาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
กรมพลศึกษาจะต้องพัฒนากีฬาขั้นพื้นฐานให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญในการต่อยอดขึ้นสู่ระดับทีมชาติในอนาคต ส่งเสริมการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน ทั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัดมาสู่ระดับประเทศ เพื่อเป็นตัวแทนทีมชาติ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จัดหาสถานที่ส่งเสริมกิจกรรมการออกกำลังกาย เล่นกีฬา และกิจกรรมนันทนาการอย่างทั่วถึง ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างเครือข่ายการออกกำลังกาย กีฬา และนันทนาการ ตลอดจนพัฒนามาตรฐานบุคลากรทางการพลศึกษา
“สนามศุภชลาศัย จะเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาวิ่ง ออกกำลังกาย ตั้งแต่วันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 17.00 น.-20.00 น.”
ดร.ปัญญา กล่าวว่า กีฬาพื้นฐาน และกีฬามวลชนนั้น เป็นภารกิจหลักของกรมพลศึกษา เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จวงการกีฬาไทย อย่างในซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ผ่านมา ไทยไม่ได้เป็นเจ้าเหรียญทอง กรมพลศึกษาจะได้หารือกับ สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการร่วมกันว่าสมาคมกีฬาคาดหวังกับ กรมพลศึกษาอย่างไร ในการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างนักกีฬาตั้งแต่เยาวชนไปสู่ทีมชาติ และคว้าสำเร็จกลับมาอีกครั้ง 
คำถามถึงอนาคตของกรมพลศึกษา เกี่ยวกับการเช่าพื้นที่ของจุฬาฯ นั้น ดร.ปัญญา กล่าวว่า ตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้คือ การย้ายกรมพลศึกษาไปสู่สนามเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 ในเวลา 8 ปี ขณะนี้ได้มีการทดลองย้ายหน่วยงานไปบางส่วน โดยสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา มูลค่า 400 ล้านบาท ก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ก็จะต้องไปใช้ที่นั่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะได้มีการประเมินผล จากนั้นก็ตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจากับ จุฬาฯ หากว่า แผนการย้ายใน 8 ปี เป็นไปตามนั้น ก็จะต้องย้ายไปทั้งหมด 
ระยะเวลาเกินกว่า 8 ทศวรรษ กรมพลศึกษา คือ องค์กรกีฬาที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย อธิบดีปัญญา ยืนยันว่า บทบาทสำคัญคือ การพัฒนากีฬาตั้งแต่พื้นฐาน มวลชน ทำให้เยาวชน และประชาชน สนใจเล่นการกีฬาและออกกำลังกาย โดยต้องอาศัยความร่วมมือในการทำงานของทุกฝ่าย ด้วยความรักและสามัคคี 
"ห้องทำงานของผมเปิดตลอดเวลา ใครจะเข้ามาปรึกษา หารือ หรือมีข้อเสนออะไรก็มาคุยกันได้ตลอด เราอยู่กันแบบพี่แบบน้อง และจะทำให้ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีความสุข เพราะกรมพลศึกษาเป็นองค์กรที่สร้างความสุขให้แก่ประชาชน.... 
...และความสุขนั้น ต้องเริ่มต้นจากกรมพลศึกษา”