
สนามบินที่รัก
สนามบินสุวรรณภูมิของเราช่างเป็นสนามบินที่เป็นที่กล่าวขวัญอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นสนามบินที่ใช้เวลาสร้างนานเป็นพิเศษ เมื่อตอนสร้างก็เจอปัญหาทุจริต และเมื่อสร้างเสร็จก็เจอการเมืองแทรกซ้อน ทั้งที่ไม่อยากจะย้ายมาที่นี่ ห้องน้ำก็น้อย มิหนำซ้ำยังถูกปิด (ใครเป
ผมอยากจะขอพูดถึงเรื่องสองเรื่องของสนามบินซึ่งไม่ค่อยจะมีคนพูดนัก เพื่อให้สนามบินที่รักนี้มีเรื่องราวมากเข้าไปอีก
เรื่องแรกก็คือ ในฐานะผู้ที่ใช้บริการสนามบินใหม่ ผมรู้สึกอยู่บ่อยๆ ว่าเป็นผู้ใช้บริการชั้นสอง เมื่อต้องไปขึ้นประตูทางออกที่ไม่ได้เป็นท่อต่อตรงขึ้นเครื่องบิน แต่เป็นการต่อรถโดยสาร (บางทีไกลจนนึกว่าจะต้องต่อไปถึงที่หมาย)
ความจริงถ้ามองอีกแง่หนึ่งมันก็ไม่เลวนัก เพราะประตูทางออกเหล่านี้มักจะใกล้สุด แต่ในขณะเดียวกัน คนพิการก็ขึ้นลำบาก ฝนตกก็เปียกเวลาต้องขึ้นบันไดขึ้นเครื่อง
แถมบางทียังรู้สึกว่า ถ้าจะต้องนั่งรถโดยสารแบบนี้ไปต่อเครื่องบิน มันจะต่างอะไรกับสมัยอยู่ที่ดอนเมือง และทำให้รู้สึกว่า สนามบินที่ดูหรูหรา แต่เมื่อเข้าไปใช้บริการก็ต้องต่อรถโดยสารไปที่ตัวเครื่อง เจ้าสนามบินที่หรูหรานั้นก็มีหน้าที่เอาไว้เก็บค่าสนามบินและไว้ขายของเท่านั้นเอง ไม่ได้มีไว้ให้ขึ้นเครื่องบินได้สะดวกเลย
เรื่องที่สองก็คือเรื่องของแท็กซี่ ที่เป็นปัญหาโลกแตกมาตั้งแต่เปิดสนามบินที่แล้ว
ส่วนตัวผมเองนั้นก็เคยขึ้นแท็กซี่ข้างล่างกับเขาอยู่ครั้งเดียว ส่วนใหญ่จะใช้บริการข้างบน เพราะถูกกว่า 50 บาท แต่บางทีก็เหมือนกับเป็นพลเมืองผู้ใช้บริการชั้นสอง เพราะว่าตอนจะลงก็ถูกไล่ลง ตอนจะขึ้นก็ถูกไล่ขึ้นตลอดเวลา
บางครั้งไม่รู้ว่ายามที่สนามบินกับหมาบางแก้วนั้นใครดุกว่าใคร
วิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้อาจจะไม่ยากนัก ถ้าลองพิจารณาดูอย่างในกรณีของสิงคโปร์ นั่นก็คือต่อไปนี้ไม่ต้องมีแท็กซี่สนามบินที่มีอยู่ครับ คือให้ทุกคันที่มาส่งผู้โดยสารนั้นมีทางเลือกสองทาง คือหนึ่งออกจากสนามบินไปเลย และสองคือให้เข้าช่องทางที่จะมารับผู้โดยสาร ซึ่งอาจมีทั้งในส่วนขาขึ้นและขาลง
ทีนี้ให้ไปตั้งที่เก็บเงินตรงทางออกสนามบิน คือแท็กซี่ทุกคันที่ที่ออกจากสนามบินแล้วมีผู้โดยสารต้องเสียค่าธรรมเนียมเลย
ทำแบบนี้ก็ไม่ต้องมีปัญหามาเฟียสนามบินแล้วครับ นึกว่าเห็นแก่บ้านแก่เมืองเถอะครับ เพราะว่าบ้านเมืองนี้มีมาเฟียเยอะแล้วครับ เว้นมาเฟียที่สนามบินสักที่เถอะ
ส่วนข้ออ้างว่าความปลอดภัยของผู้โดยสารจะอยู่ที่ไหนถ้าไม่มีการลงทะเบียนแท็กซี่ อันนี้ก็ไม่ยาก เพราะตอนที่ออกจากสนามบินก็บันทึกเลขแท็กซี่เอาไว้ และให้ไปปรับปรุงระบบทะเบียนแท็กซี่ซึ่งเป็นของกรมการขนส่งทางบกเอา เพราะโดยหลักการแล้ว แท็กซี่ก็ต้องลงทะเบียนเรียบร้อยอยู่แล้วทั้งกรุงเทพฯ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เว้นเสียแต่ว่าเราไม่เอาจริงเอาจังกับระบบเสียเอง แล้วก็สร้างระบบใหม่ให้มันซับซ้อนไปเรื่อยๆ
เรื่องนี้ต้องการจะบอกว่า ถ้าเรารู้จักออกแบบระบบให้มันดีๆ ก็ไม่ต้องอาศัยฮีโร่มาอ้างว่าจะล้างระบบแบบเดิมหรอกครับ เพราะพวกที่ชอบอ้างอำนาจมาล้างระบบน่ะ...
มาเฟียตัวจริงทั้งน้านนนน



