
ยืดอายุ“รถเมล์-รถไฟ”ฟรี หลังเลื่อนแจกบัตรคนจน
ยืดอายุ“รถเมล์-รถไฟ”ฟรี หลังเลื่อนแจกบัตรคนจน
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วานนี้ (26 ก.ย.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบต่ออายุมาตรการรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) ฟรี-รถไฟฟรีออกไปอีก 1 เดือน หรือจนถึงวันที่ 31 ต.ค. 2560 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อให้สอดคล้องกับการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใน 7 จังหวัดภาคกลางซึ่งเลื่อนจากวันที่ 1 ต.ค. เป็นวันที่ 17 ต.ค. 2560
ผู้ถือบัตรสวัสดิแห่งรัฐจึงสามารถขึ้นรถเมล์ฟรี-รถไฟฟรีตามเดิมในเดือน ต.ค. จากนั้นภาครัฐจะโอนวงเงินค่าโดยสารรถเมล์และรถไฟเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเริ่มใช้สิทธิ์ตามบัตรได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2560 เป็นต้นไป แต่ผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะสามารถใช้สิทธิ์ขึ้นรถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้ก่อนตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. 2560
โดยขณะนี้ บขส. ติดตั้งระบบอ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครบแล้ว 121 จุด เช่นเดียวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่ติดตั้งครบแล้ว 534 จุด แต่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ยังอยู่ระหว่างติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 31 ต.ค. 2560 จำนวน 600 คัน และวันที่ 15 พ.ย. จะติดตั้งล็อตแรกครบ 800 คัน, ในเดือน ธ.ค. จำนวน 1,600 คัน และวันที่ 31 มี.ค. 2561 จะครบทั้งหมด 2,600 คัน
ทั้งนี้ การต่ออายุรถเมล์ฟรี-รถไฟฟรีออกไปถึงวันที่ 31 ต.ค. 2560 จะส่งผลให้รัฐบาลต้องใช้เงินอุดหนุนจำนวน 409.057 ล้านบาท แบ่งเป็นรถเมล์ฟรีของ ขสมก. จำนวน 800 คัน วงเงิน 322.557 ล้านบาท และรถไฟฟรีของการรถไฟฯ วงเงิน 86.5 ล้านบาท
นายอาคม กล่าวต่อว่า ครม. ยังมีมติเห็นชอบหลักการให้ ขสมก. ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 24.773 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดรถรับส่งผู้โดยสาร 4,246 คัน กรณีการจัดเดินรถเชื่อมต่อตามโครงการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะให้เข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ 3 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 2559-31 ก.ค. 2560 โดยเบิกจ่ายในงบอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป
วงเงินดังกล่าวยังต่ำกว่าวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบสนับสนุนงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหารถรับส่งผู้โดยสารในวงเงิน 30.102 ล้านบาท เป็นจำนวน 5.329 ล้านบาท
ทั้งนี้ ขสมก. ได้จัดการเดินรถเชื่อมต่อระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและสถานีขนส่งผู้โดยสารทั้ง 3 แห่ง โดยยกเว้นการเก็บค่าโดยสาร เพื่อสนับสนุนนโยบายจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะของรัฐบาล ได้แก่ สถานีขนส่งผู้โดยสารสายใต้ใหม่ (ปิ่นเกล้า)-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิรวมทั้งสิ้น 2,255 คัน เฉลี่ย 6 คันต่อวัน, สถานีขนส่งผู้โดยสารเอกมัย-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมทั้งสิ้น 1,508 คัน เฉลี่ย 4 คันต่อวัน และสถานีขนส่งผู้โดยสารจตุจักร-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมทั้งสิ้น 1,862 คัน เฉลี่ย 5 คันต่อวัน
ด้านนายฤทธิกา สุภารัตน์ รองผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานรักษาการแทน ผู้ว่า รฟม. เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค. 2560
รฟม. จะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยไม่คิดค่าโดยสารในวันที่ 26 ต.ค. และจะขยายเวลาเปิดให้บริการจนถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 27 ต.ค. 2560 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน
สำหรับวันที่ 25 และ 27 ต.ค. 2560 รฟม. จะให้บริการฟรีเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีม่วงและจะให้บริการตามเวลาปกติ โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจะให้บริการเวลา 06.00-24.00 น. และรถไฟฟ้าสายสีม่วง ให้บริการเวลา 05.30-24.00 น.
นายฤทธิกา กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย จัดเตรียมแผนการเดินรถเพื่อรองรับการเดินทางประชาชนจำนวนมากในช่วงพระราชพิธีฯ โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ได้จัดเตรียมรถไฟฟ้าให้บริการสูงสุดจำนวน 19 ขบวน และสายสีม่วงให้บริการสูงสุดจำนวน 12 ขบวน



