ข่าว

‘แพะฉกเพชร’ ก้มกราบเท้าเเม่หลังพ้นคุก

‘แพะฉกเพชร’ ก้มกราบเท้าเเม่หลังพ้นคุก

26 ก.ย. 2560

‘แพะฉกเพชร’ ถูกปล่อยตัวพ้นเรือนจำ เผย ดีใจมากที่ได้ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ ระบุ เรื่องฟ้องกลับขอปรึกษาทนายก่อน


               26 ก.ย. 60  เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ เรือนจำพิเศษธนบุรี แขวงและเขตบางบอน  พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะทีมงานท่ามกลางแม่ ภรรยา ญาติ และผู้สื่อข่าวที่ต่างมาเฝ้ารอติดตามความเคลื่อนไหว การปล่อยตัวนายพิสิษฐ์ สุวรรณพิมพ์ อายุ 47 ปี หลังจากศาลมีคำสั่งยกฟ้อง  "แพะฉกเพชร" พ้นคุก (อ่านต่อ...)

 

‘แพะฉกเพชร’ ก้มกราบเท้าเเม่หลังพ้นคุก

 

               ทันทีที่นายพิสิษฐ์ถูกปล่อยออกจากเรือนจำพิเศษธนบุรี ได้ก้มลงกราบเท้าผู้เป็นแม่ทันที ขณะที่แม่นำน้ำมนต์มาพรมทั่วตัวนายพิสิษฐ์เพื่อปัดสิ่งชั่วร้ายเพื่อให้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม

 

‘แพะฉกเพชร’ ก้มกราบเท้าเเม่หลังพ้นคุก

 

               นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ดีใจมากที่ได้ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ ที่สุดท้ายแล้วพิสูจน์ว่าตนไม่ได้เป็นคนทำผิด ขณะที่อยู่ในเรือนจำนั้นได้รับความดูแลอย่างดี ตนสบายกายแต่ไม่สบายใจ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานั้น ตนถูกล็อกตัวไปขณะที่กำลังเตรียมจะขายของที่จังหวัดนครพม โดยถูกพาไปที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง มีชายอ้างเป็นตำรวจ 3 นาย ใช้เท้าเตะและเอาผ้าขนหนูปิดหน้า พร้อมถามว่าเอาเพชรไปไว้ไหน ตนยืนยันว่าไม่รู้เรื่องและไม่ได้เอาไป เตะให้ตายตนก็ไม่รู้เรื่อง ยิ่งทำให้ถูกทำร้ายจนยื่นขอเสนอขอวิดีโอคอลกับผู้เสียหาย เพื่อให้เห็นหน้าตาว่าตนไม่ได้ทำ แต่ผู้เสียหายกลับพูดเพียงว่าเอาเพชรไปไว้ไหนเท่านั้น

 

‘แพะฉกเพชร’ ก้มกราบเท้าเเม่หลังพ้นคุก

 

               นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่าทำไมตำรวจจึงเข้าใจว่าตนเป็นคนทำ เพราะยืนยันว่าตนไม่ได้เข้ากรุงเทพฯ มา 3 ปีแล้ว ตลอดระยะเวลานั้นอยู่ที่ จ.นครพนม กับครอบครัวตลอด แต่สงสัยว่าอาจจะเป็นเพราะตนเคยใช้บัตรประชาชนไปซื้อและจำนำจักรยานยนต์ก่อนที่ตำรวจจะพบว่าบัตรประชาชนถูกนำไปเปิดซิมโทรศัพท์ติดต่อกับผู้เสียหาย อยากบอกตำรวจชุดนั้นว่า อยากให้จับคนร้ายตัวจริงให้ได้ และหลังจากออกจากเรือนจำคงกลับไปขายของเหมือนเดิม ตนอยากไปอยู่กับครอบครัว คิดถึงแม่ ลูก และภรรยามาก ส่วนเรื่องคดีหรือฟ้องกลับนั้น ตนไม่รู้กฎหมาย ขอปรึกษาผู้เกี่ยวข้องก่อน และขอบคุณกระทรวงยุติธรรม เรือนจำ และหลายๆ คนที่ช่วยเหลือตนมาตลอด

 

‘แพะฉกเพชร’ ก้มกราบเท้าเเม่หลังพ้นคุก

 

               พ.ต.อ.ดุษฎี เผยว่า พูดแล้วอายมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเงินที่รัฐจะเยียวยาเพียงแสนกว่าบาท แต่ในการสู้คดีนั้นทางครอบครัวกู้หนี้มามาก ในกรณีของนายพิสิษฐ์โชคดีที่มีความรู้กลับไปทำมาหากินได้ ขณะที่บางกรณีต้องเสียเงินจำนวนมาก และเมื่อชนะคดีก็กลับไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพได้ เราจึงเล็งเรื่องสร้างอาชีพเป็นหลัก

 

‘แพะฉกเพชร’ ก้มกราบเท้าเเม่หลังพ้นคุก

 

               นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล ประธานชมรมมิตรภาพพิทบูล ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคเอกชน แสดงความคิดเห็นว่า ทางภาครัฐต้องหันมาให้ความสำคัญกรณีเหล่านี้มากขึ้น เพราะมีแพะไม่รู้กี่รายต่อกี่ราย ซึ่งตนและเพื่อนไม่มีอำนาจทางคดี แต่มีอำนาจทางมวลชน ต้องช่วยกันเรื่องหนี้สินและธุรกิจที่ได้รับความเสียหาย โดยจะจัดหาทีมทนายช่วย หากนายพิสิษฐ์และครอบครัวต้องการฟ้องกลับตำรวจชุดจับกุม