ข่าว

ยันไม่ขึ้นราคาน้ำตาลในประเทศไม่หวั่นตลาดโลกพุ่ง

ยันไม่ขึ้นราคาน้ำตาลในประเทศไม่หวั่นตลาดโลกพุ่ง

23 ก.ย. 2552

สมาคมโรงงานน้ำตาลยันราคาน้ำตาลทรายในประเทศยังไม่ปรับขึ้นในอีก 1-2 ปี แม้ราคาในตลาดโลกจะพุ่งต่อเนื่อง เผยเหตุหลายประเทศเจอภัยแล้ง ขณะที่ความต้องการในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ชี้เป็นโอกาสเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยจะมีรายได้ดีขึ้น

 นายประกิต ประทีปะเสน ประธานคณะกรรมการ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย กล่าวว่า ราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลก คาดว่าจะยืนอยู่ในระดับสูงต่อไปหลังจากทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 28 ปีไปแล้ว หรืออย่างน้อยอีก 1-2 ปีข้างหน้าที่จะยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบกับราคาน้ำตาลทรายที่จำหน่ายในประเทศ (โควตา ก) เนื่องจากถูกควบคุมโดยคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) อีกทั้งราคาในตลาดโลกก็ไม่สูงเกินกว่าราคาในประเทศมากนักจนทำให้เกิดการลักลอบขนน้ำตาลทรายออกขายต่างประเทศ

 "ผมเชื่อว่าใน 1-2 ปีข้างหน้านี้จะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาในประเทศแน่นอน เพราะนอกจากเราจะมีการควบคุมราคาในประเทศอยู่แล้ว ราคาในตลาดโลกก็ไม่ได้สูงกว่าราคาในประเทศมากที่จะเป็นสาเหตุให้มีการลักลอบขนน้ำตาลทรายออกไปขายตามแนวชายแดน ส่วนสาเหตุที่จะทำให้มีการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายในประเทศได้นั้น ราคาจะต้องต่างกันสูงมากจนเป็นสาเหตุให้เกิดการลักลอบขนสินค้ากันมหาศาล ดังนั้นในประเทศเองก็จำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นราคาเพื่อไม่ให้เกิดส่วนต่างกันเกินไป แต่ขณะนี้ถือว่ายังไม่มีองค์ประกอบที่จะทำให้ต้องขึ้นราคาได้" นายประกิตกล่าว

 สำหรับราคาน้ำตาลทรายในประเทศเพื่อนบ้านนั้น เช่น มาเลเซียอยู่ที่กิโลกรัมละ 17 บาท ซึ่งถูกกว่าไทย และกัมพูชาราคาขายกิโลกรัมละ 23 บาท สูงกว่าราคาของไทยไม่มากนัก และไม่คุ้มที่จะลักลอบขนน้ำตาลทรายออกไปขน เพราะน้ำตาลทรายถือเป็นสินค้าหนัก

 นายประกิตกล่าวว่า สาเหตุที่ราคาน้ำตาลทรายโลกยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากความต้องการบริโภคน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้นทั่วโลก ทั้งผู้ซื้ออย่างอินเดีย จีนที่มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ผลผลิตที่ได้ไม่เพียงพอเนื่องจากหลายประเทศที่มีพื้นที่เพาะปลูกอ้อยประสบกับภาวะภัยแล้ง เช่น บราซิล และอินเดีย ทำให้กองทุนเก็งกำไรต่างๆ ที่ล่วงรู้ถึงปัจจัยเหล่านี้ เข้ามาเก็งกำไรราคาน้ำตาลในตลาดล่วงหน้ากันมากขึ้น

 "ขณะนี้จึงเป็นโอกาสทองของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล โดยเฉพาะโอกาสของเกษตรกรจะหันมาปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น เพราะจะได้รับผลตอบแทนที่ดี ซึ่งคาดการณ์ว่าผลผลิตอ้อยในฤดูกาลผลิต 2552/2553 จะอยู่ที่ระดับ 72 ล้านตันอ้อย พื้นที่เพาะปลูกอ้อยเพิ่มขึ้นเป็น 6.4 ล้านไร่ และมีเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 แสนราย และจะเพิ่มสูงขึ้นอีกต่อเนื่องในอนาคต" นายประกิตกล่าว