
มหากาพย์น้ำมันเครื่อง ตอน 2
การแข่งขันกันของผู้ค้าน้ำมันเครื่องทั้งหลายในยุคแรกซึ่งหมายถึงก่อนปี พ.ศ.2532 นอกจากการใช้วิธีการโฆษณาตามสื่อต่างๆ เช่นเดียวกับสินค้าทั่วไปแล้ว กิจกรรมทางการตลาดที่นิยมทำกันมากที่สุดและเชื่อกันว่าได้ผลที่สุด คือการเข้าไปสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อมเกี่ยว
ในสมัยนั้นมีเพียงการแข่งขันในสนามที่เรียกกันว่าการแข่งขันทางเรียบ จัดแข่งกันเป็นประจำที่สนามสร้างใหม่ทันสมัยชื่อ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ที่พัทยา ซึ่งยุคก่อตั้งเริ่มแรกอยู่ภายใต้การดำเนินกิจการของบริษัท สปีดเวย์ จำกัด หนึ่งบริษัทในเครือกรังด์ปรีซ์กรุ๊ป ของ ปราจิน เอี่ยมลำเนา เจ้าพ่อมอเตอร์โชว์ของเมืองไทย และอีกชนิดหนึ่งคือ การแข่งขันประเภทโมโตครอสกระโดดข้ามเนินโลดโผนโจนทะยาน ซึ่งนิยมจัดแข่งขันกันตามสนามชั่วคราวทั่วไป ก่อนที่จะมีสนามเจ้าประจำที่นครชัยศรีในเวลาต่อมา
จนเมื่อมียุทธการหักดิบกันเกิดขึ้นบนเครื่องบิน ระหว่างการเดินทางไปยื่นเรื่องเพื่อขอให้มีการตั้งตัวแทนสมาพันธ์กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์ขึ้นในประเทศไทย เพราะในทางปฏิบัติของสากลโลกนั้นถือว่า สมาพันธ์กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์สากล (FIM) มีหน้าที่กำกับดูแลและออกใบอนุญาตให้แก่การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทั่วไป เช่นเดียวกับที่ ฟีฟ่า คอยกำกับดูแลการแข่งขันฟุตบอล หรือ เอฟไอเอ ทำหน้าที่กำกับดูแลการแข่งขันรถยนต์นั่นเอง ซึ่งตัวแทนของเอฟไอเอในเวลานั้นคือราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และยังคงทำหน้าที่ดังกล่าวมาจนทุกวันนี้
ด้วยความที่ผู้คนซึ่งเกี่ยวข้องกับวงการแข่งรถจักรยานยนต์หรือมอเตอร์สปอร์ตรู้ดีว่า กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์ในอนาคตจะต้องก้าวไปสู่ระดับนานาชาติ และจะมีเม็ดเงินเข้ามาเกี่ยวข้องมหาศาล ดังนั้น หากปล่อยให้ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งสมัยนั้น ปราจิน เอี่ยมลำเนา มีบทบาทอยู่ในสมาคมสูงมาก เข้ามากำกับดูแลด้านรถจักรยานยนต์อีกประเภทหนึ่ง ก็จะทำให้มีฝ่ายที่ได้ผลประโยชน์ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องสูญเสียผลประโยชน์มหาศาลไป
คณะผู้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวจึงสรรหาบุคคลขึ้นมาเพื่อให้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในประเทศไทยขึ้น โดยมีการเดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศสเพื่อยื่นเรื่องโดยเครื่องบินเที่ยวเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้หากมีโอกาสผมจะนำมาเล่าแยกเรื่องออกไปเพื่อเป็นกรณีศึกษาอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะการเลี้ยงเสือหรือสัตว์ร้ายนั้น หากไม่มีวิธีการควบคุมที่ดีและกำราบให้สัตว์ร้ายนั้นเชื่องลงได้ สัตว์ร้ายที่เลี้ยงอยู่นั้นก็อาจจะแว้งมาขบกัดผู้เลี้ยงได้เช่นกัน
เช่นเดียวกับการผลิตหรือสร้างสินค้ายี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งขึ้นมา เพียงแค่คิดว่าสินค้าตัวนั้นจะเป็นเพียงสินค้าขัดตาทัพ หรือเป็นสินค้าเฉพาะกาลเพื่อนำออกไปต่อสู้กับสินค้าคู่แข่ง แต่ทำไปทำมาสินค้าเฉพาะกาลนั้นๆ ก็อาจจะเติบโตกลายเป็นสินค้าทำเงินหรือกลายเป็นสินค้าชูโรงไปได้เช่นเดียวกัน
หลังจากยุทธการหักดิบแย่งชิงกันเป็นตัวแทนสมาพันธ์กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์ผ่านพ้นไป การแข่งขันกันของผู้ค้าน้ำมันเครื่องที่ใช้กับจักรยานยนต์จึงเปลี่ยนโฉมหน้าอย่างรวดเร็ว และรุนแรงมากขึ้นชนิดไม่มีในสารบบกลยุทธ์การตลาดที่ไหนทั้งสิ้น ทำให้กีฬายานยนต์หรือมอเตอร์สปอร์ตด้านรถจักรยานยนต์ก้าวเข้าสู่ยุคของการเลือกข้างแบ่งฝ่ายไม่ต่างไปจากการเมืองในปัจจุบัน ความผกผันของทั้งตัวสินค้าและตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง จึงยังคงดำเนินมาจนถึงเวลาที่น้ำมันออโต้ลู้ป หรือทูที ลดความสำคัญลงไป เหตุการณ์จึงดูเหมือนสงบลงไป แต่แท้ที่จริงเป็นเพียงแค่คลื่นลมที่สงบรอวันก่อขึ้นใหม่อีกครั้งเท่านั้น
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



