
อภิสิทธิ์มองสหรัฐเอี่ยวพม่ามากขึ้น
นิวยอร์ก-ผู้นำไทยระบุสหรัฐ และอียู เข้าเกี่ยวพันกับพม่ามากขึ้น ระหว่างร่วมประชุมยูเอ็น ด้านอาห์มาดิเนจาดวอนสหรัฐ เป็นมิตรกันดีกว่า
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย ขึ้นปราศรัยต่อผู้ฟังที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในนครนิวยอร์ก ระหว่างเดินทางไปเยือนสหรัฐ เมื่อวันอังคาร (22 ก.ย.) ว่า สหรัฐ และสหภาพยุโรป (อียู) ดูมีท่าทีที่จะเข้าเกี่ยวข้องกับพม่ามากกว่าที่จะใช้นโยบายคว่ำบาตรพม่าเพียงอย่างเดียว ในการส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในพม่า ซึ่งปกครองโดยรัฐบาลทหาร
นายอภิสิทธิ์ที่เดินทางไปเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า เชื่อว่าการเจรจากับบรรดาผู้นำทหารของพม่าคือหนทางดีที่สุดที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ปรับปรุงปัญหาสิทธิมนุษยชน และยับยั้งการค้ายาเสพติด โดยระบุว่า การเข้าไปมีส่วนร่วมจะก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าการห่างเหินและโดดเดี่ยวพม่า พร้อมระบุด้วยว่า ดูเหมือนสหรัฐ และอียู กำลังกังขาต่อแนวคิดที่ว่ายิ่งใช้มาตรการคว่ำบาตรก็จะยิ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพม่า แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดในประเด็นนี้
รายงานข่าวระบุว่า สมาชิกสภาอาวุโสจากทั้งสองพรรคการเมืองของสหรัฐ ต่างสนับสนุนให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรรุนแรงกับรัฐบาลทหารพม่า แต่รัฐบาลของประธานาธิบดีบารัก โอบามา กำลังพิจารณาทบทวนนโยบายหนึ่ง ที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลยอมรับว่าใช้ไม่ได้ผลในพม่า ที่ปกครองโดยรัฐบาลทหารมาตั้งแต่ปี 2505 ทั้งยังส่งนายจิม เวบบ์ วุฒิสมาชิกสหรัฐ ไปเยือนพม่า และเข้าพบกับผู้นำทหารเมื่อเดือนที่แล้วด้วย
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวด้านการทูตหลายคนเผยว่า นายพลเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า เตรียมเดินทางไปร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่ด้วยตัวเอง นับเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของพม่าที่จะเข้าร่วมการประชุมในรอบ 14 ปี นับแต่พลเอกหม่อง เอ ผู้นำอันดับ 2 แห่งกองทัพพม่า เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่ของยูเอ็นในปี 2538 ซึ่งเป็นวันที่ยูเอ็นฉลองการก่อตั้งครบ 50 ปี ขณะที่ที่ผ่านมา พม่ามักส่งรัฐมนตรีต่างประเทศเข้าร่วมการประชุม
ประธานาธิบดีมาห์มูด อาห์มาดิเนจาดแห่งอิหร่าน ซึ่งเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมยูเอ็นเช่นเดียวกัน ให้สัมภาษณ์พิเศษสำนักข่าวเอพี เรียกร้องผู้นำสหรัฐให้มองอิหร่านในฐานะประเทศที่เป็นมิตรต่อกันได้ พร้อมแสดงความคาดหวังว่าจะได้หารืออย่างเปิดกว้างในประเด็นเรื่องนิวเคลียร์ระหว่างการประชุม 6 ชาติมหาอำนาจในสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ดี ผู้นำอิหร่านย้ำว่า อิหร่านจะไม่เจรจาต่อรองเรื่องโครงการนิวเคลียร์ แต่สหรัฐและชาติที่มีนิวเคลียร์ในครอบครองควรยอมทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเองและให้โอกาสทุกประเทศได้ใช้พลังงานนิวเคลียร์โดยสันติมากกว่า และยืนกรานอีกครั้งว่า อิหร่านไม่ได้กำลังสร้างอาวุธนิวเคลียร์



