
จับ3วัยรุ่นปาหินใส่รถตู้ข้าราชบริพารไม่มีใครเจ็บ
ตำรวจลพบุรีรวบกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 3 คน ใช้ก้อนหินขว้างรถยนต์ตู้ ขณะกำลังนำเจ้าหน้าที่และข้าราชบริพาร จากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศ สำนักพระราชวังไปงานศพที่โคราช โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 ก.ย.2552 พ.ต.อ. สมิทธิ มุกตสนิท รอง.ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ. พรชัย พวงทอง ผกก.สภ.ชัยบาดาล แถลงข่าวถึงการจับกุมคนร้ายซึ่งเป็นวัยรุ่นอายุระหว่าง 18 - 20 ปีที่ก่อเหตุปาหินใส่รถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนสายสุรนารายณ์ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้มีการซุ้มเฝ้าระวังอยู่หลายคืน ก่อนที่จะมาก่อเหตุกับ รถยนต์ตู้โตโยต้า ทะเบียน นศ 9907 เชียงใหม่ มีนาย เสกศักดิ์ อรุณกาญจน์ เป็นเจ้าของรถ ขับรถนำข้าราชบริพาร จากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศ จ.เชียงใหม่ เต็มคันรถ ไปงานศพที่ อ.จักราช จ.นครราชสีมา ผ่านที่เกิดเหตุถนนสายชัยบาดาล-ด่านขุนทดบริเวณหน้าวัดซับหัวกระทิง หมู่ที่4 ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี รอยต่อระหว่างตำบลบัวชุมกับตำบลซับตะเคียน ห่างจากป้อมตำรวจซับตะเคียน ต.ซับตะเคียน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ประมาณ 800 เมตร
ได้มีรถจักรยานยนต์วัยรุ่นขับสวนมาและปาหินใส่รถตู้ได้รับความเสียหายบริเวณไฟเลี้ยวข้างขวาแตกเสียหาย โชคดีที่ไม่ถูกกระจกหน้ารถ และตำรวจสถานีตำรวจภูธรชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี สามารถติดตามและควบคุมตัวมือปาหินและเพื่อนร่วมกระบวนการ ได้ทั้งแก๊งรวม 3 คน ได้แก่
1.นาย วัชระ เดชมะเริง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/1หมู่ที่4 ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
2.นาย โพธิ์เงิน หมวดมะหิง อายุ 25 ปีอยู่บ้านเลขที่ 87/4 หมู่ที่4 ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
3.นาย ภูชิต กกสันเที๊ยะ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131หมู่ที่4 ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
โดยเจ้าหน้าที่จับได้พร้อมของกลาง รถจักยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีดำแดง 125 วีวี หมายเลขที่ทะเบียน กษล 505 ลพบุรี จำนวน 1 คัน ก้อนหิน ขนาดเท่ากำมือ 1 ก้อน เศษไฟเลี้ยวหน้ารถตู้ จำนวน 6 ชิ้น.
ด้าน พ.ต.อ. สมิทธิ มุกตสนิท รอง.ผบก.ภ.จว.ลพบุรี สำหรับในพื้นที่ของจังหวัดลพบุรีมีถนนสายหลักอยู่หลายสาย ทั้งสายเอเชีย สระบุรี-หล่มสัก ถนนสายสรุนารายณ์ ซึ่งมีเหตุคนร้ายปาหินอยู่ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกเกิดในพื้นที่อำเภอเมืองยังไม่สามารถจับคนร้ายได้แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้มีการส่งสายตรวจออกตรวจสังเกตุตามถนนสายต่างๆทุกสายที่คาดว่าจะเกิดเหตุจนมาเกิดที่ชัยบาดาลก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ทั้งหมดซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุด้วยความคึกคะนองและการเรียนแบบจากจังหวัดอื่นที่ทำแล้วไม่ถูกจับ
นายวัชระ บอกว่า ในการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นครั้งแรก และที่ลงมือทำเพราะอยากสนุก เมื่อเห็นรถวิ่งสวนมาก็นำหินมาปา ก่อนที่จะขับรถจักยานยนต์หลบหนี แต่ไปพบป้อมตำรวจก่อนที่จะถูกจับกุมได้ในที่สุด โดยยืนยันว่าไม่ได้หวังทรัพย์สินแต่อย่างใด เพียงแต่นึกสนุกเท่านั้นเอง จึงได้ลงมือในครั้งนี้



