
ลุ้นวันนี้!!คดีอดีตปลัด'สุพจน์'ยื่นทรัพย์สินเท็จหลังโจรปล้น
ศาลฎีกานักการเมือง นัดตัดสิน “สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” อดีตปลัดคมนาคม คนดังถูกปล้นบ้านปี 54 จงใจยื่นทรัพย์สินเท็จ
26 ก.ย.60 - จากกรณีที่นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดคมนาคม ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดข้อกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติเมื่อปี 2555 และข้อกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ สืบเนื่องจากการเกิดเหตุคนร้ายบุกปล้นบ้านนายสุพจน์ ในซอยลาดพร้าว 64 เมื่อค่ำวันที่ 12 พ.ย.54 ซึ่งผู้ที่ร่วมทำผิดคดีอาญานั้นได้ให้การเกี่ยวกับทรัพย์สินว่าพบเงินสดในบ้านนายสุพจน์นับร้อยล้านบาท โดยนายสุพจน์ไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินบางส่วนได้ ป.ป.ช.จึงชี้มูลความผิดนายสุพจน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติและให้อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องคดีแพ่งเพื่อให้ริบทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายนั้น โดย ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้อง นายสุพจน์ อดีตปลัดคมนาคม เป็นคดีอาญาฐานจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จด้วย
เวลา10.00 น. วันนี้ (26 ก.ย.) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ นัดฟังคำพิพากษา ที่ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องคดีหมายเลขดำ อม.27/2560 ขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกล่าวหานายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อายุ 64 ปี อดีตปลัดคมนาคมปี 2552-54 จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อให้พิพากษาลงโทษ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หลังจากที่ศาลไต่สวนพยาน ป.ป.ช. ผู้ร้อง และฝ่ายนายสุพจน์ ผู้คัดค้านเสร็จสิ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนคดีริบทรัพย์ทางแพ่งนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ซึ่งนายสุพจน์ ได้ยื่นฎีกาสู้คดี ภายหลังศาลอุทธรณ์มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 11 พ.ย.58 ให้ริบทรัพย์สิน 19 รายการ มูลค่าทั้งสิ้น 64,998,587.52 บาท ของนายสุพจน์และที่มีชื่อของภรรยา , บุตรสาวและบุตรเขยของนายสุพจน์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน ประกอบด้วย เงินสด 17,553,000 บาทซึ่งเป็นของกลางในคดีอาญาปล้นบ้านนายสุพจน์ หมายเลขดำ 2458/2544 ของ สน.วังทองหลาง , เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ 9 บัญชี , ทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 10 บาท ราคา 260,000 บาทซึ่งเป็นของกลางในคดีอาญาปล้นบ้านนายสุพจน์ หมายเลขดำ 2458/2544 ของสน.วังทองหลาง ,โฉนดที่ดินในกทม. พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และใน จ.นครนายก รวม 6 แปลง , ห้องชุดคอนโดมิเนียม ใน กทม.ราคา 1.5 ล้านบาท และรถยนต์เบนซ์รุ่น E 230 และรุ่น C 220 ราคา 5.2 ล้านบาท , เงินฝาก 3 บัญชีที่ปิดแล้วจำนวน 15,857,548.69 บาท กับรถยนต์ VOLK SWAGEN มูลค่า 3 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 19 รายการตามที่อัยการสูงสุดยื่น 64,998,587.52 บาท
โดยคดีแพ่งนี้ อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.55 เป็นคดีหมายเลขดำ ปช.1/2555 ขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินของนายสุพจน์ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม และครอบครัว-เครือญาติรวม 7 คน ทั้งสิ้น 19รายการ มูลค่ารวม 64,998,587.52 พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4 และมาตรา 80(2) เนื่องจาก ป.ป.ช. ตรวจสอบทรัพย์สินแล้วชี้มูลความผิดว่านายสุพจน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติโดยไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินต่างๆได้ ซึ่งครั้งแรก ศาลแพ่งมีคำตัดสินเมื่อวันที่ 30 ม.ค.57 พิพากษาให้ทรัพย์สินของนายสุพจน์และครอบครัวถือกรรมสิทธิ์ ประกอบด้วย เงินสด 17,553,000 บาทซึ่งเป็นของกลางในคดีอาญาปล้นบ้านนายสุพจน์ หมายเลขดำ 2458/2544 ของ สน.วังทองหลาง , เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ 9 บัญชี , ทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 10 บาท ราคา 260,000 บาทซึ่งเป็นของกลางในคดีอาญาปล้นบ้านนายสุพจน์ หมายเลขดำ 2458/2544 ของสน.วังทองหลาง ,โฉนดที่ดินในกทม. พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และใน จ.นครนายก รวม 6 แปลง , ห้องชุดคอนโดมิเนียม ใน กทม.ราคา 1.5 ล้านบาท และรถยนต์เบนซ์รุ่น E 230 และรุ่น C 220 ราคา 5.2 ล้านบาท พร้อมดอกผลที่เกิดขึ้น รวมมูลค่าทรัพย์สิน 46,141,038.83 บาท ตกเป็นของแผ่นดินโดยให้นายสุพจน์ ส่งมอบทรัพย์สินต่อกระทรวงการคลัง
ส่วนคดีอาญาปล้นบ้านนายสุพจน์หมายเลขดำ อ.347/2555 ที่นายสุพจน์ถือเป็นผู้เสียหายนั้น ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มี.ค.56 ให้จำคุก 12 ปีและปรับ 60 บาทนายสิงห์ทอง หรือเสธ.ไก่ ใจชมชื่น จำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธและยานพาหนะ ขณะที่นายเสาร์แก้ว นามวงค์ และนายสมบูรณ์หรือบูรณ์ ริยะเทน จำเลยที่ 2–3 จำคุก 9 ปีและปรับ 45 บาท
นายบุญสืบ หรือสืบ โจมกัน จำเลยที่ 4และนายวณัญกฤต หรือจ่อย บุตรกันหา ที่ 6 จำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน ฐานร่วมกันรับของโจร ส่วนนายวุฒิชัย หรือวุฒิ พันธวารี จำเลยที่ 5 และน.ส.วาสนา สาเพิ่มทรัพย์ ที่ 9 จำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน , นายชยธัช หรือเอก จันนะชัย จำเลยที่ 8 จำคุก 8 ปีฐานสนับสนุนการปล้นทรัพย์ ส่วนนายประพันธ์ เรียงเครือ จำเลยที่ 7 พิพากษายกฟ้อง



