
เสรีพิศุทธ์ฟ้องหมิ่นพัชรวาทและพวกใส่ร้าย
เสรีพิศุทธ์ ส่งทนายเดินหน้าฟ้องเรียงตัว พัชรวาท-ศิริวัฒน์-สมยศ-ศรีวราห์ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หมิ่นประมาท แถมยัดข้อหารุกป่ากาญจนบุรี ลั่นกลั่นแกล้งทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ระบุ มีหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์สู้ในชั้นศาลชัดเจน
นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความส่วนตัวของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร.เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย.) เวลา 10.00 น.จะเดินทางไปศาลอาญา เพื่อยื่นฟ้องร้องผู้ที่เกี่ยวข้องกลั่นแกล้ง ให้ร้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เกี่ยวกับคดีรุกที่ป่าสร้างรีสอร์ตภูไพรธารน้ำ 100 ไร่ ใน จ.กาญจนบุรี โดยจะฟ้องตั้งแต่ 1.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 2.พ.ต.ท.ศิริวัฒน์ โมรานนท์ ผู้ที่ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เกี่ยวกับการรุกล้ำป่าไม้ และถมที่รุกล้ำไปในแม่น้ำแควน้อย 3.พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลัง คดีที่ออกหมายเรียก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ใน 9 ข้อหา
คือ ร่วมกันยึดถือครอบครอง หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ร่วมกันยึดถือทำลายป่าไม้ทำให้เสื่อมสภาพ อันทำให้ไร้ประโยชน์ และร่วมกันทำลายทรัพย์อันเป็นสาธารณะและเททิ้ง หินดินทรายโคลน ลงในแม่น้ำลำคลองอันเป็นทางสัญจรของประชาชน ซึ่งผิดตาม พรบ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และ พรบ.เดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ประมวลกฎหมายอาญา จากกรณีการสร้างรีสอร์ตภูไพรธารน้ำ เนื้อที่ 100 ไร่ ใน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
และ 4.พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.หัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ซึ่งจะฟ้องในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าอะไรผิดอะไรถูกแต่กลับมากลั่นแกล้งกันให้เสื่อมเสียชื่อเสียง มาประจานกัน
นายอนันตชัย กล่าวว่า เขามั่นใจในหลักฐานที่มีอยู่ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งหลักฐานทั้งหมดควรเอาไปสู้กันในชั้นศาล ให้ศาลตัดสินจะดีกว่า
“ผมไม่เข้าใจตำรวจที่เอ่ยชื่อมาทั้งหมดรู้ดี ท่านเสรีพิศุทธ์ ไม่ได้มีความผิดอะไร แต่มาออกหมายเรียกในคดีรุกป่า มันกลั่นแกล้งกันชัด ๆ ยิ่ง พล.ต.ต.ศรีวราห์ นำข้อมูลความลับทางราชการมาเปิดเผย ต้องถูกฟ้องฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วย พรุ่งนี้ ผมจะแจกแจงรายละเอียดทั้งหมดให้ทราบอีกครั้ง เรามีหลักฐานชัดเจนไม่ได้ผิดตามที่ถูกกล่าวหา ไปให้ศาลชี้ขาดแล้วกัน” นายอนันตชัย กล่าว



