
"บิ๊กตู่" แนะปรับตัวสู่มิติพัฒนาการศึกษา
"นายกฯ" แนะทุกคนปรับเปลี่ยน สู่มิติพัฒนาการศึกษา ชี้หากไม่ปรับตัวเองจะล้าหลัง จี้ปรับระบบทุนกู้ยืมการศึกษา หลังเกิดปัญหา นศ.ชักดาบ
25 ก.ย. 60 - ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวบรรยายพิเศษและเป็นประธานในพิธีปิดการประชุมสัมมนา "มิติการศึกษาพัฒนาพื้นที่พิเศษ เดินหน้าประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนและจัดทำแผนบูรณาการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศรวมถึงคุณภาพศึกษา โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาคน รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนรอบประเทศ 10 พื้นที่ หรือพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ภาคการศึกษาต้องผลิตคนเพื่อรองรับตลาดแรงงานที่จะมุ่งเน้นไทยแลนด์ 4.0 และเศรษฐกิจดิจิทัล
นายกฯ กล่าวว่า ตนพูดเล่นกับพล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศธ. ว่ารัฐบาลมีนโยบายว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราจะร่วมกันเดินหน้าไปด้วยกัน แต่ทั้งหมดทิ้งนายกรัฐมนตรีไว้คนเดียวหรือเปล่า เพราะหลายอย่างรุมเร้าอยู่ที่ตัวนายกรัฐมนตรีคนเดียว หลายเรื่องเกิดจากปัญหาความไม่เข้าใจ ปัญหาที่ยังไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง หลายคนยังไม่รู้ว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปอย่างไร หลายคนบอกว่ามันดีอยู่แล้วเราต้องรู้ต้นตอของปัญหาและมาดูว่าหลักคำสอนเรื่องอริยสัจ 4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค มีอะไรอยู่บ้างต้องเรียนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับประเทศของเรา สิ่งแรกคือเรามีทุกข์กับทุกเรื่อง เราต้องหาทางดับทุกข์ให้ได้ ดังนั้นการพัฒนาการด้านการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง วันนี้เรามีความจำเป็นต้องเรียนรู้ทั้งวิชาสามัญและสายอาชีพ การดำรงชีวิต การติดต่อสื่อสาร เพราะโลกวันนี้อยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ ไม่มีพรมแดน ทุกอย่างเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วโดยโซเชียลมีเดียร์ และระบบดิจิทัล เทคโนโลยีมีการเติบโตอย่างมากจึงต้องย้อนกลับมาดูและสร้างภูมิคุ้มกันให้ได้
"วันนี้ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองก็ไปไม่ได้ ประเทศไทยก็อยู่ไม่ได้ สุดท้ายก็จะกลายเป็นประเทศที่ล้าหลัง วันนี้ระบบการศึกษาไทยยังมีปัญหาที่ยังมุ่งเน้นการเรียนให้จบ การได้รับปริญญา แต่ขณะเดียวกันคนที่จบปริญญาโทหรือปริญญาเอกกลับไปขึ้นทะเบียนคนจน ผมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยมันไม่น่าเป็นไปได้ ผมเจอกับเด็กหลายคนยังไม่มีเป้าหมายในชีวิต หลายคนตอบไม่ได้ว่าโตขึ้นจะเป็นอะไร บางคนชอบผมก็บอกว่าอยากเป็นทหาร แต่ขอไม่เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนายกฯต้องทำงานหนัก โดนด่าทั้งวัน ก็ไม่เป็นไรผมก็อดทน คนเป็นนายกฯต้องอดทน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นพื้นที่พิเศษ เพราะเราต้องยอมรับว่าประสิทธิภาพที่มีอยู่ยังไม่เต็มที่และยังไม่เป็นที่พอใจ เราไม่โทษใครแต่ต้องร่วมมือกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น บทเรียนเก่าคืออะไร เราอย่าติดกับดักตัวเอง ทุกคนต้องปรับเปลี่ยนตัวเองทั้งหมด คิดใหม่และสร้างหลักคิดใหม่ๆขึ้นมาให้ได้ การคิดใครๆก็คิดได้ จะคิดถูกหรือคิดผิดก็คิดได้ แต่ต้องมีหลักคิดในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประเทศและสังคม ดังนั้น ศธ.จะต้องสร้างหลักคิดที่ถูกต้องให้กับเยาวชนทุกคนเพื่อเป็นพื้นฐานให้กับสังคมเพื่อสร้างความร่วมมือ ไม่ใช่สอนให้คนเกิดความขัดแย้งด้วยหลักการ วันนี้เราได้นำแนวทางของต่างประเทศมาปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประชาธิปไตยและเรื่องอื่นๆ แม้แต่เรื่องของการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศต่างๆ แต่อย่าลืมว่าประเทศไทยพิเศษที่สุดไม่เหมือนใครในโลกนี้ ประเทศเราไม่ใช่ไม่ดีทั้งหมด แต่บางครั้งส่วนที่ดีของคนอื่นเรายังนำมาปรับใช้ไม่ได้ เพราะคนและความพร้อมต่างกัน
"จะเห็นได้ว่าเรารักใครก็รักจริง ซึ่งวันนี้จะรักใครผมก็ไม่ห้าม แต่คนไทยนิสัยเสียอยู่อย่างหนึ่ง ผมพูดเช่นนี้เดี๋ยวก็ถูกด่าอีก คนไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบการบังคับเพราะชอบมีอิสระเสรี ไม่เคยเป็นอาณานิคมใคร อยู่มาแบบหยวนๆกันไป แต่พอวันนี้จำเป็นต้องมีและตัองใช้กฎหมายให้เคร่งครัดมากขึ้น ก็ทำกันไม่ได้ ความร่วมมือไม่เกิดขึ้นโดยอ้างว่าประเทศอื่นไม่เห็นทำแบบนี้ ผมอยากชี้ให้เห็นว่ามันไม่เหมือนกัน ทุกประเทศไม่เหมือนกัน และแต่ละประเทศก็มีปัญหาเช่นเดียวกับไทย เพียงแต่อาจจะแก้ได้เร็วกว่าและเติบโตได้เร็วกว่าไทยแล้ววันนี้ก็กลับมาไล่เรา เรื่องพันธสัญญา ไอยูยู ไอเคโอ ซึ่งแต่ก่อนเขาก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน และผมได้พูดกับประเทศต่างๆว่าอย่าเอาเรื่องของวันนี้มาตัดสินเรา เพราะคนของคุณและคนของผมไม่เหมือนกัน เราจำเป็นต้องพัฒนาศักดิ์ศรีของเราให้เดินหน้าต่อไปให้ได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ถ้าคนไม่มีหลักคิด ไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงหรือเรียนรู้ ไม่เอาบทเรียนในอดีตมาศึกษา แล้วคาดหวังให้รัฐบาลหรือ ศธ. แก้ไขอย่างเดียว ยืนยันว่าไปไม่ได้แน่นอน วันนี้เราต้องร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ประชาสังคม เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องไปด้วยกันทั้งหมด ต้องรู้ว่าปัญหาของประเทศอยู่ตรงไหน ปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่คน ไม่ใช่การเรียน
ลั่น ศธ.พัฒนาระบบผลิตคน แนะติดตามคุณภาพชีวิตหลังเรียนจบ จี้ปรับระบบทุนกู้ยืมการศึกษา สั่งผู้ว่าฯเปิดหลักสูตรอบรมอาชีวะระยะสั้น 1 เดือน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ทุกมหาวิทยาลัยผลิตหลักสูตรจบเหมือนกัน แต่กลับมีงานทำไม่ถึงร้อยละ 40 เพราะไม่ได้คำนึงความต้องการของตลาด จึงต้องคิดเป้าหมายใหม่ อย่าคิดแต่สอนแล้วให้จบปริญญา จึงต้องติดตามว่าหลังเรียนจบมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีหรือไม่ เพราะประเทศต้องเติบโตด้วยคน ครอบครัว และสังคม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้จะต้องพัฒนาด้านการศึกษา ถือเป็นพื้นที่สำคัญเนื่องจากมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยสาเหตุหลายประการทั้งความขัดแย้ง ภาษา ศาสนา สิ่งเหล่านี้คือความท้าทายที่ ศธ.ต้องทำให้ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การบริการในแนวคิดของตนที่แบ่งออกเป็น 6 ภาค เพราะต้องการให้แต่ละภาคแข็งแรงด้วยตัวเอง ผู้ที่จบการศึกษามีโอกาสกลับไปพัฒนาจังหวัดและภาคของตัวเอง แต่หากทำแบบเดิมเราจะไม่ได้อะไรกลับมา และได้ผลไม่คุ้มค่า ดังนั้น ศธ.จะต้องกำหนดว่าจะทำอะไรไม่ใช่มาเลาะเบาะแว้ง หรือฟ้องยื่นดำเนินคดีกันอยู่อย่างนี้ โดยเฉพาะการไม่ใช้หนี้กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา เพียงเรื่องเดียวเสียเวลากันมากี่ปีแล้ว มันต้องป้องกันตั้งแต่ก่อนให้ทุน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า ผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดต้องสร้างกิจกรรม หาคนที่มือฝีมือทางด้านอาชีพมาฝึก โดยอาชีวะต้องเปิดหลักสูตรสั้นๆ 1 เดือน เมื่อจบแล้วให้ใบรับรองหรือวุฒิบัตร เพื่อสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ เราต้องหาทางเลือกให้ประชาชน โดยต้องรับรองคุณภาพความปลอดภัย ไม่ใช่ส่งไปทำไฟฟ้าแล้วไปปล้นบ้านเขา วันนี้อย่ามัวรอคนในระบบว่าต้องเรียน 4-6 ปี คนที่เรียนจบไปแล้วต้องเรียกกลับมาต่อยอดเป็นครูพิเศษ แต่อย่าให้กระทบกับครูที่สอน ทั้งหมดจะแก้ปัญหาด้วยการช่วยรัฐบาลไปในตัว
ย้ำสอนเด็กให้มีคุณธรรม รู้ดี รู้ชั่ว ขอทำงานให้สำเร็จ ไม่ใช่แค่พีเซ้นตัวเอง ย้ำยุทธศาสตร์ 20 ปีแค่ให้มีกรอบวิสัยทัศน์บริหารราชการแผ่นดิน
นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญต้องสอนให้เด็กรักดี รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่ให้เกเร ขี่มอเตอร์ไซต์แว้นไปสักวันก็ตายอยู่บนถนน หรือไม่ก็อยู่ในคุก ต้องสอนเรื่องคุณธรรม อะไรดีก็ทำ อะไรไม่ดีก็ไม่ทำ แค่นี้คุณธรรมก็เกิด ตนเป็นนายกฯต้องการใช้เวลานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้องการฟังว่าผลของการทำงานของแต่ละฝ่ายเกิดอะไรขึ้น หากทำสำเร็จตนก็ดูแลคนทั้งกลุ่ม ถ้าทำสำเร็จชุดนี้ได้ก็ดี ไม่ใช่ทุกคนทำเพื่อใช้พรีเซ้นตนเอง คนเรามองกันออก ตนอยู่กับทหารมาเยอะ 38 ปี ตนรู้ว่าใครเป็นอย่างไร ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ บางคนพูดไม่เก่งตนก็ดู เพราะเป็นคนทำงาน วันนี้ในสังคมผู้หญิงเป็นใหญ่เยอะ ซึ่งมีความอดทน พยายาม ใจเย็นกว่า บางเรื่องให้ผู้หญิงติดต่อได้ข้อสรุปมากกว่า ถ้าผู้ชายไปติดต่อได้เร็วแต่เดี๋ยวทะเลาะกัน ต้องให้ผู้หญิงผู้ชายมาทำงานร่วมกันจะมีทางออก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นนายกฯได้ชูหนังสือมิติการศึกษา พัฒนาพื้นที่พิเศษ เดินหน้าประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่ได้มีการแจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา พร้อมกับกล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีตนมีหมด ใครยังไม่ได้อ่านบ้างในนี้ ตนอ่านของทุกกระทรวง และนี่ก็ของ ศธ.แผนการศึกษาแห่งชาติปี 60-78 ครบทุกอัน แผนสภาพัฒน์อ่านกันหรือยัง ทั้งหมดร้อยเรียง ถ้าไม่ทำแบบนี้ไปไม่ได้ ก็จะไปเฉพาะกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย หรือเฉพาะจังหวัด ตามแต่ที่เขาจะให้มา ทำให้ไม่มีกรอบในการทำงาน ไม่ว่าใครจะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าเดินอย่างนี้ได้ เรื่องของการเมืองก็ว่าไปส่วนหนึ่งไม่ได้ห่วงห้าม แต่อย่าผิดกฎหมาย แต่ส่วนหนึ่งต้องทำตรงนี้ให้มองเห็น นี่เขาเรียกว่าวิสัยทัศน์คือ การบริหารราชการแผ่นดินได้ในอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นในประเทศ ประชาชนจะรู้อะไร การศึกษาจะได้อะไร จะได้กำหนดอนาคตถูก ต้องให้มีหลักคิด
"อย่างบางคนด่าผมว่ามีเวลาน้อยยังมาออกกำลังกาย ผมไปออกกำลังกายแค่ครึ่งชั่วโมงแล้วขึ้นมาทำงานอีก มาเซ็นหนังสือ มาสั่งการ ไม่ได้กลับบ้านเลย คนไทยยังไม่เข้าใจเรื่องนี้แค่นี้เลย ผมต้องการให้ทุกคนรักการออกกำลังกายนิดหน่อย แต่มาคิดว่าผมเอาเวลาทำงานไปออกกำลังกาย มันคนละเรื่อง ไม่ได้หยุดทำงานไปออกกำลังกาย เพราะผมมีงานทั้งวัน ทุกคนก็มีงานเหมือนผม ต้องแบ่งเวลาให้ถูก" นายกฯ กล่าว
ชี้ปัญหาเด็กแว้นเกิดจากครอบครัว เด็กติดเพื่อน วอนสื่อ-สังคมแก้ปัญหา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาเด็กแว้นเกิดจากปัญหาในครอบครัวเพราะพ่อแม่ไม่มีเวลาสอนลูก มัวแต่ทำงานเลยเอาเพื่อนมาเป็นพ่อแทน วันหน้าก็โดนจับติดคดีกันไป ตนโกรธหลายครั้งแล้วเห็นตีกันในอาชีวะยังฟันกันอยู่เลย มันเป็นอะไรของมัน อยากจะฟันกันอีกกี่คนก็จับคู่มาฟันกัน ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว จะอะไรกันนักหนา ไม่รู้จะโกรธเกลียดอะไรกัน อุตส่าห์เขียนไว้หน้าประชุมนี้ว่าอาชีวะทรงคุณค่า ต่อมาก็ฟันกันอีก มีการตายแล้วพ่อแม่ที่ไหนอยากจะส่งลูกมาเรียน การไปโรงเรียนอาชีวะตอนเช้าต้องมีลาดตระเวน มีครูไปเฝ้าตามจุด มีตำรวจสแตนบายด์ไว้เวลาไปโรงเรียน ส่วนเวลากลับทำอย่างไปรบ ไปชายแดนใต้ แล้วจะเรียนกันรู้เรื่องหรือไม่ ขอร้องว่าสื่อ สังคมต้องช่วยกันด้วย ต้องแก้ปัญหาใหญ่ให้ได้
จี้ครูต้องสอนเด็กให้เรียนรู้ อย่าก้าวร้าวทำตัวเด่น บางเรื่องไม่ควรพูดเพราะยังไม่ใช่เวลา ปวดหัวมหาวิทยาลัยมีหลายพวกแล้วจะเดินหน้าอย่างไร
นายกฯ กล่าวว่า ควรสอนเด็กตั้งแต่เล็กให้เรียนรู้ ทำให้พ่อแม่เขาคิดได้ อย่าให้เด็กกร้าวร้าวหรือพูดจาอะไรที่ไม่สมควร หลายเวทีมีเด็กขึ้นไปพูดซึ่งมันไม่ถูกต้อง กลายเป็นว่าเด็กหลายคนต้องการเป็นซัมบอดี้จากโนบอดี้ แต่ยังไม่ใช่เวลา ไปพูดที่ประชุมเรื่องการเมือง พูดเรื่องต่างๆที่ยังไม่ใช่เวลา เอาแค่ว่าประชาธิปไตยคืออะไร เสียงส่วนมากเสียงส่วนน้อยจะทำอะไร และเราจะร่วมมือการแก้ไขปัญหาอย่างไร เราต้องสอนกันแบบนั้นหลายมหาวิทยาลัยมีฝ่ายหลายพวก ตนก็ปวดหัว ไม่ตรงกันสักอย่างแล้วจะไปได้อย่างไร
ชี้ประเทศมหาอำนาจยังบังคับให้งดใช้อาวุธไม่ได้ แนะต้องทำให้ยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทำงานวันนี้ต้องแก้ด้วยตัวเอง เราจะใช้อำนาจและกฎหมายมากไม่ได้ หลายคนบอกตนว่าตนมีอำนาจแล้วทำไมไม่บังคับ อยากบอกว่าแล้วบังคับกันได้หรือ เราบังคับได้แค่บางอย่างเท่านั้น เช่น เพื่อแก้ไข แต่ถ้าบังคับกันทั้งหมดเราคงทำไม่ได้ โลกใบนี้ทำไม่ได้ ต่อให้มีอำนาจมากกว่านี้ก็ทำไม่ได้ วันนี้มหาอำนาจบังคับอีกประเทศหนึ่งไม่ให้ใช้อาวุธแล้วทำได้หรือไม่ เขาก็ไม่กลัว เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำอย่างไรให้เกิดความยินยอมพร้อมใจในการเปลี่ยนแปลง ส่วนระบบการบริหารราชการแผ่นดินก็กำลังแก้ไขอยู่.



