
ทักษิณทวิตเตอร์เหน็บเนวินขอให้พ้นคดีทุกคน
รมต.น้องเดียว คาด เกมการเมือง แรงขึ้น เผย ต้องเตรียมรับมืออีกมาก เหตุ แม้ว วีดีโอลิงก์ชัดเจนมาก พูดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว รื้อความจำ ใครต้นเหตุ ปฏิวัติรัฐประหาร บริหารประเทศ ทุจริตฉ้อฉล ยอมรับ รบ. ต้องอดทนและชี้แจงผ่าน สื่อ หนักขึ้น ตรงเป้าหมา
เมื่อเวลา 13.00 น วันที่ 23 ก.ย.. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เขียนข้อความลงบนเวปไซต์ twitter.com ในนาม Thaksinlive ถึงการตัดสินคดีกล้ายางที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 44 คน โดยมีใจความว่า
“ผมขอให้โชคดีและพ้นคดีกันทุกคนนะครับ ถ้าเนียนจริงก็จะได้เป็นนายหน้าค้าอำนาจ ไม่ต้องห่วงผม ชีวิตผมต้องช่วยตัวเองครับ เกิดปีวัวกลางวันก็หนักหน่อย ผมใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนก็สบายดีครับ ถึงแม้จะเหงาหน่อยแต่ก็จิตสงบดีเพราะไม่ได้ฟังเรื่องไร้สาระรายวัน คนที่นี่เขาใช้เวลาทำมาหากินอย่างมีกติกาครับ”
"สาทิตย์"คาดเกมการเมืองแรงขึ้นเหตุ“แม้ว”พูดเอาแต่ได้
ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ก่อนหน้านี้นายสุรพงษ์เคยยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งแรกยื่นไปใน 3 ประเด็น และศาลได้วินิจฉัยแล้วว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่นายสุรพงษ์ได้ยื่นไปใหม่ เมื่อยื่นครั้งที่ 2 ก็มีผลกระทบต่อการประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย ซึ่งสำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเตรียมที่จะไปชี้แจง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ รัฐบาลไม่สามารถที่จะประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2553 ได้ทัน ดังนั้นในช่วงระยะเวลาที่ยังเบิกจ่ายไม่ทันก็จำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณปี 2552 ไปก่อน แต่ก็มีข้อจำกัดเยอะมากเช่น โครงการใหม่ไม่สามารถจ่ายเงินได้ และถ้าเป็นโครงการอื่นก็ต้องดูตามแผนงานที่มีไว้แล้วในปี 2552 ซึ่งถ้าตรงกันจึงจะสามารถเบิกจ่ายได้ แต่ก็ใช้จ่ายได้ในจำนวนจำกัดตามที่กฎหมายระบุไว้
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญของนายสุรพงษ์นั้น เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่ก็ควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศด้วย เพราะถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยช้าออกไป การใช้จ่ายเงินงบประมาณซึ่งเป็นกลไกสำคัญ ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศก็จะมีผลกระทบมากด้วย ทั้งนี้เมื่อวานนี้ (22 ก.ย.)ครม.ก็ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา โดยผู้อำนวยการสำนักงบประมาณได้ชี้แจงต่อที่ประชุมแล้ว และศาลยังไม่ได้นัดหมายมาว่าจะให้ใครชี้แจงเมื่อไหร่ แต่สำนักงบประมาณก็เตรียมตัวอยู่แล้ว
“รัฐบาลเคารพการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน แต่ฝ่ายค้านก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศด้วย เพราะยื่นไป 2 ครั้งแล้ว ซึ่งการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้(23 ก.ย.)ก็มีวาระแจ้งเพื่อทราบในเรื่องนี้ ก็อาจจะมีส.ส.ลุกขึ้นซักถามเรื่องดังกล่าวด้วย” รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะรับมือการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า ประเด็นอยู่ที่การทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน เพราะสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านนั้นเราคำนึงถึงประเทศชาติ ไม่ได้เล่นเกมการเมืองอย่างเดียว ตนดูแล้วว่าเกมการเมืองคงแรงขึ้นและต้องเตรียมรับมือกันอีกมาก ดูได้จากการที่พ.ต.ท.ทักษิณ วีดีโอลิงก์เมื่อวานนี้ ตรงนี้ชัดเจนมาก และเป็นการพูดที่เอาแต่ได้ฝ่ายเดียว ความจริงแล้วพ.ต.ท.ทักษิณต้องไม่ลืมว่า การบริหารราชการแผ่นดินของพ.ต.ท.ทักษิณมีการทุจริตฉ้อฉล ในยุคนั้นคือต้นเหตุของการปฏิวัติรัฐประหาร และพ.ต.ท.ทักษิณก็เคยได้ประโยชน์จากการปฏิวัติมาแล้วในยุครสช. เพียงแต่วันนี้ปฏิวัติเอาพ.ต.ท.ทักษิณออกจากตำแหน่งเลยไปต่อต้านเขา
“ทำไมยุครสช.จึงไม่เคยต่อต้าน เกมการเมืองที่พ.ต.ท.ทักษิณวางไว้เมื่อวานนี้ กับสมาชิกพรรคเพื่อไทยรวมกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงก็น่าจะมีความรุนแรงขึ้น แม้ว่าหนังสือพิมพ์บางฉบับจะวิเคราะห์ว่า ในทางลึกเป็นการส่งสัญญาณเพื่อต้องการเจรจากับรัฐบาล แต่ผมบอกได้เลยว่ายังไม่มีการส่งสัญญาณเรื่องการเจรจาใดๆมาเลยจากพ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังพูดอีกว่า ถ้าอยู่ต่อก็จะหยุดเล่นการเมืองนั้น ความจริงถ้าจะหยุดเล่นการเมืองหยุดตอนนี้ได้ก็ดี เรื่องก็จะได้ไม่ป่วน แต่ผมคิดว่าคงไม่ใช่ รัฐบาลมีหน้าที่ 2 อย่างคือ ทำงานตามโครงการของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีกลับจากอเมริกาครั้งนี้ เราคงจะได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างประเทศอีกมาก เพราะอเมริกาเป็นศูนย์กลางของนักลงทุน ส่วนปัญหาการเมืองในประเทศเราต้องจำกัดวง ไม่ให้ความขัดแย้งของการเมืองภายในประเทศกระทบการทำงาน การฟื้นตัว และความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลคงต้องอดทนกันมากขึ้น และในเรื่องการชี้แจงโดยใช้สื่อสารต่างๆนั้นก็คงต้องทำหนักขึ้น และต้องใช้สื่อให้ตรงเป้าหมายให้มากขึ้น” นายสาทิตย์ กล่าว
ส่วนจะสร้างความเชื่อมั่นได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเดือนต.ค.กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศชุมนุมอีกครั้ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เราประเมินล่วงหน้าได้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นตอนไหน และเราก็ประเมินเตรียมการไว้ล่วงหน้าได้ ไม่มีปัญหา



