ข่าว

ศึก“บิ๊กสื่อ”! ภัทระ จี้ ส.นักข่าวฯ ขยับหลังถูกขู่ปิดปาก

ศึก“บิ๊กสื่อ”! ภัทระ จี้ ส.นักข่าวฯ ขยับหลังถูกขู่ปิดปาก

21 ก.ย. 2560

อดีตนายกสมาคมนักข่าวฯ หนุน "อนุฯสอบ บิ๊กสื่อชีกอ" พิสูจน์การตรวจสอบกันเอง แจงข้อเสนอให้ตั้งกรรมการหาความจริง ไม่ใช่หวังตำแหน่งใน อิศรา

                วันที่ 21 ก.ย. 2560 นายภัทระ คำพิทักษ์ ที่ปรึกษากรรมการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และอดีตนายกสมาคมฯ  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว เพื่อแสดงความเห็นกรณีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ตั้งคณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีกระแสข่าวพาดพิงถึงผู้บริหารองค์กรสื่อ มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศพนักงานในสังกัด   โดยระบุว่า การตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในศูนย์ข่าวอิศรา เป็นการพิสูจน์ว่าองค์กรสื่อมวลชนยังสามารถควบคุมและตรวจสอบกันเองได้   แม้จะมีความยุ่งยาก และพฤติกรรมที่แปลกประหลาดจนน่าตนใจ รวมถึงความพยายามปิดปากบุคคลที่จะตรวจสอบ อาทิ การข่มขู่และปิดปากบุคคลอื่นโดยใช้ทนายความ,  ล็อบบี้ไม่ให้ กรรมการ บางคนรับหน้าที่ในอนุกรรมการฯ, การดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคลที่ระบุว่าผู้ถูกกล่าวหาในกรณีที่ตรวจสอบเป็นใคร และ การออกแถลงการณ์ของสถาบันอิศราเพื่อรับรองความดีงานของตนเอง ซึ่งเท่ากับปฏิเสธการตรวจสอบทั้งที่บุคคลในองค์กรมีหน้าที่ตรวจสอบบุคคลอื่น และสร้างกระบวนการจัดการและอธิบายความว่าถูกใส่ร้ายจากกลุ่มผู้สูญเสียประโยชน์  ดังนั้นกรณีการตรวจสอบพฤติกรรมของ บิ๊กสื่อ เป็นบททดสอบสำคัญของสื่อมวลชน เพราะสถานะของสมาคมนักข่าวฯ และ สถาบันอิศรามีความเชื่อมโยงกันเพราะเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เพื่อสาธารณะที่ต้องรับผิดชอบต่อกัน ดังนั้นจะปิดปากกันเฉยๆ หรือ

                “ผมไม่เข้าใจว่า เมื่อเราตรวจสอบคนอื่นได้ และรังเกียจที่รัฐจะออกกฏหมายหรือมาตรการใดๆมาปิดปากเรา ทำไมเมื่อมีคนจะตรวจสอบเรา เราจึงจะใช้ทนายไปข่มขู่ปิดปากเขา  ผมไม่เข้าใจว่า คนที่มีหน้าที่ในองค์กรสื่อ เคยพูด เคยต่อสู้เรื่องสิทธิเสรีภาพ เรื่องหลักการเรื่องความรับผิดชอบของสื่อทำไมถึงเฉยชาได้กับการปิดปากการตรวจสอบกันเอง” นายภัทระ ระบุ

                นายภัทระ  ระบุด้วยว่ากรณีที่สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์ฉบับแรกเพื่อเตรียมตั้งอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง  ตามที่ตนให้ความเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการฯ นั้น ไม่ใช่เพราะตนต้องการกลับเข้าไปเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวอิศรา หรือ ทำไปเพื่อต้องการตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตามที่มีคนตั้งประเด็นกล่าวหาตน

             “ผมไม่ใช่ผีทางพ้น ที่เมื่อพ้นหน้าที่แล้วไม่ยอมออกจากตำแหน่ง ที่วนเวียนครอบคนรุ่นใหม่ เพื่อใช้อิทธิพลไปแสวงหาโดยแอบอ้างองค์กรสื่อ ผมยืนยันที่ผ่านมาที่ผมมีหน้าที่ต่างจากปรกติเป็นเรื่องที่มเหตุผลไม่ใช่การวิ่งเต้นของตำแหน่ง” นายภัทระ ระบุ