ข่าว

ผ่านวาระแรก ร่างกฎหมายฟื้นฟูเด็กทำความผิด

ผ่านวาระแรก ร่างกฎหมายฟื้นฟูเด็กทำความผิด

21 ก.ย. 2560

สนช.รับหลักการ กม.ฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด วางแนวทางบำบัดฟื้นฟู-ป้องกันเด็กกลับไปทำผิดอีก กำหนดห้ามใช้เครื่องพันธนาการ แยกประเภทความผิด

 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธาน ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.การบริหารการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด พ.ศ..  ที่คณะรัฐมนตรี พิจารณาเสร็จแล้ว โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มีสาระสำคัญเพื่อให้มีกลไกในการบริหารการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนในเชิงบูรณาการอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

    ในร่างกฎหมายกำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารการการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด ตลอดจนกำหนด สิทธิหน้าที่ และสิทธิประโยชน์ที่เด็กและเยาวชนควรได้รับในระหว่างการควบคุมดูแลของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน การจำแนกประเภทเด็กและเยาวชน การกำหนดมาตราฐานการดำเนินงานของเจ้าพนักงานพินิจและสถานทีควบคุม การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และกำหนดให้มีระบบสงเคราะห์ช่วยเหลือและติดตามภายหลังการปล่อยจากสถานที่ควบคุม รวมทั้งจัดให้มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับเอกชน และกำหนดโทษทางอาญาสำหรับการกระทำบางอย่าง เพื่อให้การแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
                ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ได้บทนิยามของคำว่า เด็ก เยาวชน  สถานพินิจ ศูนย์ฝึกอบรม สถานที่ควบคุม การจำแนก สิ่งของต้องห้าม ให้ชัดเจนมากขึ้น พร้อมทั้งให้มีคณะกรรมการการบริหารการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด จำนวน 22 คน ประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งจำนวน 16  คน อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  เป็นประธาน ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธาน ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการ เป็นต้น และอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นเลขานุการ นอกจากนี้ยังมีกรรมการผู้ทรงคุณวุมิจำนวน 6  คน ที่รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ด้านละ 1คน ได้แก่ ด้านการคุ้มครองเด็ก ด้านการศึกษา ด้านจิตวิทยา ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านสาธารณสุขและด้านสิทธิเด็ก โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้มีการกำหนดคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น ต้องมีสัญญาชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ฯโดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง 3ปี
 
                คณะกรรมการการบริหารการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด  มีหน้าที่เสนอนโยบายและแผนในการบริหารการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดให้สอดคล้องกับกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนต่อคณะรัฐมนตรี  ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศตามพระราชบัญญัติฉบับนี้  กำหนดหรือเสนอแนะแนวทาง กลยุทธ์ และมาตรการในการบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด กำหนดแนวทางดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนเพื่อมิให้กลับไปกระทำผิดอีกฯ
                 
    ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวยังได้กำหนดหน้าที่และอำนาจของเจ้าพนักงานพินิจ โดยห้ามไม่ให้เจ้าพนักงานพินิจใช้เครื่องพันธนาการแก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ในการควบคุมของเจ้าพนักงานพินิจ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอย่างยิ่งอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ คือ เพื่อป้องกันการหลบหนี เมื่อนำตัวเยาวชนออกมานอกสถานที่ควบคุม หรือเพื่อความปลอดภัยของเด็กหรือเยาวชนหรือบุคคลอื่น ในกรณีที่เกิดความไม่สงบในสถานที่ควบคุม ทั้งนี้การใช้เครื่องพันธนาการแก่เด็กและเยาวชนต้องให้ผู้อำนวยการเป็นผู้พิจารณาสั่งการและต้องบันทึกความจำเป็นและเหตุที่ใช้เครื่องดังกล่าว และกำหนดให้มีการจำแนกประเภทและรูปแบบของสถานที่ควบคุมโดยคำนึงถึงเด็กและเยาวชนแต่ละประเภท และจัดทำแนวทางในการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูและการฝึกอบรมเด็กและเยาวชนโดยให้สถานพินิจและศูนย์ฝึกและอบรมเป็นผู้รับผิดชอบ
                
    ในกรณีที่เด็กและเยาวชนมีบุตรอายุต่ำกว่า 3ปี ติดมาระหว่างถูกควบคุมตัวหรือรับการฝึกอบรมหรือคลอดบุตรในระหว่างรับการควบคุมตัวหรือรับการฝึกอบรม หากไม่มีผู้ใดจะเลี้ยงดูเด็กผู้อำนวยการจะอนุญาตให้บุตรของเด็กอยู่ในสถานที่ควบคุมได้เฉพาะกรณีที่จำเป็น หรือส่งบุตรนั้นไปยังหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่การสงเคราะห์คุ้มครองสวัสดิภาพหรือพัฒนาฟื้นฟูเด็ก สำหรับบทกำหนดโทษนั้นกำหนดว่า ผู้นำสิ่งของต้องห้ามเข้าไปในสถานที่ควบคุมไม่ว่าด้วยวิธีใดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานพินิจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ต้องโทษเป็น 3 เท่า

                จากนั้นได้เปิดให้สมาชิกอภิปรายโดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว และได้ลงมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.การบริหารการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด พ.ศ..วาระ 1  ด้วยคะแนนเอกฉันท์  177 เสียง    ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาจำนวน 21 คน