
พม.ภูเก็ตเข้มผู้ประกอบหอพักสีขาวป้องกันมั่วยา
พมจ.ภูเก็ตให้ความรู้ผู้ประกอบการทำโครงการ หอพักสีขาว ป้องกันการมั่วสุมและยาเสพติด ยอมรับหอพักที่เปิดให้บริการตาม พ.ร.บ.หอพักมีน้อย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 กันยายน 2552 ที่ห้องจามจุรี 2 โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการสัมมนา “ โครงการหอพักสีขาว ” และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับหอพักที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานโครงการหอพักสีขาว จำนวน 7 แห่ง ซึ่งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต (พมจ.ภูเก็ต) จัดขึ้น โดยมีเจ้าของ หรือผู้จัดการหอพักที่มีใบอนุญาตจัดตั้งแล้ว เยาวชน นักเรียน นักศึกษาที่พักเช่าอาศัยในหอพัก และที่พักอาศัยเชิงพาณิชย์ เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นางสาวพรรณี สิทธิการ พัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางสำนักงานฯได้ตระหนักและให้ความสำคัญถึงนโยบายของรัฐบาลและจังหวัดภูเก็ต ในการดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำปีงบประมาณ 2552 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหอพักและที่พักอาศัยเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีผู้เช่าอาศัยส่วนมากเป็นเยาวชน นักเรียน และนักศึกษาที่เข้ามาศึกษาในจังหวัดภูเก็ต
จำเป็นที่ผู้ประกอบจะต้องให้ผู้ประกอบการหอพัก และที่อยู่อาศัยเชิงอาศัยเชิงพาณิชย์ได้รับทราบและปฎิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2507 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นต้น รวมทั้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับทราบนโยบายในการถ่ายโอนภารกิจหอพักในอนาคตด้วย
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดแนวทางการปฎิบัติที่ชัดเจนในการประกอบการหอพัก อันจะเป็นการแสวงหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการมั่วสุมของเยาวชนในหอพักต่อไป รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการประกอบการหอพักที่ปฎิบัติตามกฎหมาย และตามมาตรฐานหอพักสีขาว
นางสาวพรรณี ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากการจัดให้ความรู้แล้ว ยังได้มีการประกาศเกียรติคุณให้กับหอพักที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานโครงการหอพักสีขาว ซึ่งมีหอพักที่เข้าประกวดจำนวน 15 แห่ง ซึ่งปรากฏว่ามีหอพักที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด 7 แห่ง ประกอบด้วย หอพักหญิงโรงเรียนภูเก็ตเทคโนโลยี , หอพักหญิงพี ที , หอพักหญิงฮาซานะห์ , หอพักหญิงสุมิตรา , หอพักหญิงพนิตา , หอพักหญิงณรงค์ฤทธิ์ ธนัตถ์ชาและหอพักหญิงพี & วาย
โดยหอพักหญิงต่างๆ ดังกล่าว ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2507 ทุกประการ เช่น ขึ้นป้ายแยกประเภทเพื่อให้ทราบว่าเป็นหอพักหญิงหรือหอพักชาย มีห้องน้ำ ห้องอาหาร สมุดลงทะเบียนผู้เข้าพัก ที่มีรายละเอียดของผู้ปกครอง มีห้องพักแขก โทรทัศน์ ป้ายประกาศต่อต้านยาเสพติด เป็นต้น
อย่างไรก็ตามนางสาวพรรณี กล่าวด้วยว่า จากการที่ทางสำนักงานฯ ได้ประสานกับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจหอพักทั้งหมดในพื้นที่ พบว่ามีจำนวนกว่า 1 , 000 แห่ง เป็นลักษณะให้เด็กและเยาวชนเช่าเพื่ออยู่อาศัย และได้มีการแยกประเภทว่าเป็นหอพักหรือไม่ ปรากฏว่ามีลักษณะที่น่าจะเข้าข่ายเป็นหอพักจำนวนประมาณ 200 แห่ง แต่ที่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2507 ขณะนี้มีเพียง 51 แห่งเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยเมื่อเทียบกับจำนวนหอพักที่มีอยู่
ทั้งนี้เหตุที่มีการจดทะเบียนเป็นหอพักน้อย เนื่องจากเจ้าของหอพักจะต้องปฎิบัติตามพระราชบัญญัติหอพัก เช่น การแยกประเภทของหอพักหากเป็นหอพักหญิงไม่สามารถที่จะเปิดให้ผู้ชายเข้าพักได้ ทำให้เจ้าของหอพักเสียผลประโยชน์ เพราะการลงทุนสร้างหอพักผู้ประกอบการต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 20-30 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ได้ขอความร่วมมือหอพักที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ช่วยสอดส่องดูแลเพื่อไม่ให้มีการมั่วสุมเรื่องเพศและยาเสพติด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าของหอพักเป็นอย่างดี



