
คตส.ซัดอสส.เป็นทนายแต่ไม่ทำหน้าที่
คตส.จวกอสส.หยามหลังแพ้คดีกล้ายาง ซัดเป็นทนายแผ่นดินแต่ไม่ทำหน้าที่ แฉมีกระบวนการดิสเครดิต หัวโจกกระบวนกายุติธรรมเป็นพยานให้จำเลย หวั่นทำหลายคดีหลุด สัก แนะจับตาหวยบนดิน ยันคตส.มีหลักฐานมัดแน่น
(23ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.30 น.อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)อาทิ นายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคตส. นายอุดม เฟื่องฟุ้ง นายกล้านรงค์ จันทิก นายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ นายแก้วสรร อติโพธิ นายสัก กอแสงเรือง และคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ได้ร่วมกันประชุมนอกรอบ หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้องคดีทุจริตกล้ายางพารา 90 ล้านต้น ของกรมวิชาการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยที่ประชุมได้หารือถึงกรณีที่โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดออกมาโจมตีการทำงาของคตส. จนทำให้คดีต้องแพ้
�จากนั้นเวลา 11.15 น. นายสัก ในฐานะโฆษกคตส. แถลงว่า สาเหตุต้องแถลงเพราะโฆษกอัยการสูงสุดพาดพิงคตส. โดยมีการวิจารณ์ สั่งสอน และหยามการทำงานของคตส. โดยคตส.ขอชี้แจงว่า การแถลงครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลฎีกา โดยคตส.ยอมรับและถือเป็นข้อยุติ แต่กลับมีการกระทำของผู้ที่เกี่ยวข้องในองค์กรหลักในกระบวนการยุติธรรมออกมาวิจารณ์ จึงอยากถามว่า หลังจากศาลพิพากษาแล้ว องค์กรอัยการมีหน้าที่ต้องออกมาชี้แจงหรือไม่ หากไม่มีหน้าที่แล้วออกมาชี้แจง ก็จะให้สังคมไปพิจารณาเอง เพราะทำให้สังคมวุ่นวาย และทำให้องค์กรกระบวนการยุติธรรมเสื่อม ซึ่งมีมาแล้วหลายองค์ที่มีความเสื่อมมาจากผู้นำ
�นายสัก กล่าวว่า ศาลฎีกา ได้พาพากษาว่าคตส.ได้แจ้งข้อกล่าวหาครบถ้วน และมีอำนาจเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย สามารถนำพยานในชั้นตรวจสอบมาใช้ในชั้นไต่สวนได้ ส่วนที่อัยการเห็นว่าคตส.ไม่มีอำนาจฟ้องเองจนจำเลยยกมาเป็นข้อต่อสู้ ศาลได้พิพากษาแล้วว่าคตส.มีอำนาจฟ้อง
� ซึ่งการที่บอกว่าคตส.ฟ้องคดีเองทำให้รัฐเสียหายต้องเสียค่าทนายความ เนื่องจากอัยการมีหน้าที่ฟ้องคดีแทนแผ่นดิน แต่ไม่ทำหน้าที่กฎหมายจึงกำหนดให้คตส.ต้องจัดหาทนายความฟ้องเอง โดยขอให้สภาทนายความส่งทนายความฟ้องความให้ จนขณะนี้ยังไม่มีการจ่ายค่าทนายแต่อย่างใด จึงขอถามสังคมว่าถึงเวลาสมควรแล้วหรือยังที่จะมีองค์กรอิสระภาคประชาชนมาทำหน้าที่ในกรณีที่องค์กรของรัฐไม่ทำหน้าที่ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ไต้หวัน เกาหลี เหมือนสุภาษิตจีนที่ว่า อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล นายสัก กล่าว
�นายสัก กล่าวว่า การที่อัยการออกมาแถลงว่าจะฟ้องใครต้องมีหลักฐานเพียงพอที่ศาลจะลงโทษได้ ขอถามอัยการว่าผลที่สุดแล้ว ผลแห่งคดีที่อัยการฟ้องไม่มีการยกฟ้องเลยใช่หรือไม่ แต่ปรากฎว่ามีผู้รับผิดชอบระดับสูงของกระบวนการยุติธรรมไปเบิกความพยานฝ่ายจำเลย ทั้งคดีกล้ายาง และคดีหวย 2 ตัว 3 ตัว และตอบคำถามทนายจำเลยบางประการว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ข้อกฎหมาย มันเป็นเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวพัน ผลจึงออกมาในลักษณะนี้
�นายสัก กล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าคตส.ทำหน้าที่เพื่อแผ่นดิน แต่กลับถูกกล่าวหาและฟ้องร้องทั้งคดีแพ่งและอาญาจากฝ่ายผู้ถูกตรวจสอบรวมกว่า 20 คดี แล้วยังต้องมาถูกกล่าวหาซ้ำเติมจากเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมของรัฐบางกลุ่มอีก ดังนั้นเราต้องจับตาดูว่ามีกระบวนการดิสเครดิตการทำงานของคตส. ผ่านบางกลุ่ม บางพวกในองค์กรกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสังเกตได้ว่ากระบวนการนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่คตส.ชี้มูลความผิดคดีซีทีเอ็กซ์
�นายสัก กล่าวอีกว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากคดีกล้ายางแล้ว ขอให้รอดูคดีหวย 2 ตัว 3 ตัว ในช่วงปลายเดือนก.ย. ว่าศาลจะตัดสินอย่างไร เพราะจากการวิเคราะห์พบว่า 1. มติครม.ที่อนุมัติให้ออกหวยบนดินได้ ผิดกฎหมายเพราะเป็นสลากกินรวบ ไม่ใช่สลากกินแบ่ง ถือเป็นการพนัน กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าผิด 2. มติครม.ที่อนุมัติให้สำนักงานสลากกินแบ่งฯไม่ต้องนำเงินส่งกระทรวงการคลัง 28 % ต้องถามว่าครม.มีอำนาจยกเว้นการไม่นำเงินภาษีส่งคลังหรือไม่ เพราะถือว่าไม่มีกฎหมายรองรับ และ 3. มติครม.ที่สั่งให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการศึกษาและการช่วยเหลือสังคม นำเงินไปใช้ในโครงการเพื่อสังคม ก็ถือว่าไม่มีกฎหมายรองรับเช่นกัน
�ด้านนายแก้วสรร กล่าวเสริมว่า คตส.คงไม่ไปฟ้องร้องโฆษกอัยการสูงสุดที่ออกมาพาดพิงการทำงานของคตส. แต่การพูดในลักษณะเช่นนี้มันไม่สวย เพราะจะมีผลกระทบกับอีกหลายคดีที่รอการพิพากษาในชั้นศาลและในป.ป.ช. ซึ่งแต่ละคดีจะมีความแน่น และหนักเบาไม่เหมือนกัน ดังนั้นการพูดจึงไม่ควรมาก้าวล่วงคตส.เช่นกัน
�เมื่อถามว่าการที่โฆษกอัยการสูงสุดออกมาพูดอย่างนี้มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะมีผู้บริหารสูงสุดของอัยการสูงสุดตกเป็นจำเลยในคดีการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์หรือไม่ นาย แก้วสรร ตอบว่า คตส.ไม่บังอาจไปคิดก้าวล่วงอย่างนั้น เพราะยังมีเรื่องในชั้นศาลอีกหลายคดี ไม่อยากไปละเมิดศาล
�ผู้สื่อข่าวถามว่าสาเหตุที่คตส.แพ้คดีกล้ายาง เพราะมีคตส.บางคนไปเป็นพยานฝ่ายจำเลยหรือไม่ นายแก้วสรร กล่าวว่า ตนเป็นคนที่ทนายจำเลยคณะกรรมการนโยบายพัฒนาและช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) อ้างอิงให้เป็นพยาน ซึ่งตนเป็นเสียงส่วนน้อยในคตส. ที่เห็นว่า คชก. ไม่มีความผิด เพราะเป็นการอนุมัติงบตามอำนาจหน้าที่ ดังนั้นที่ตนต้องไปให้ปากคำเพราะทำตามอำนาจศาลในการเรียกพยาน ทั้งนี้ศาลได้ถามถึงการชี้มูลความผิดของนาย เนวิน ชิดชอบ ตนได้ยืนยันไปว่า ที่ประชุมคตส.มีมติเป็นเอกฉันท์ แต่เมื่อศาลถามถึงหลักฐานการเชื่อมโยงถึงความผิดของนายเนวิน ตนก็ตกใจ และตอบไปว่า ไม่มีหลักฐานโดยตรงว่านาย เนวิน เป็นคนสั่ง แต่มีพยานแวดล้อมบังคับให้เชื่อได้ว่านาย เนวิน มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เมื่อศาลชี้ออกมาอย่างนี้ก็ต้องเคารพศาล
�ด้านนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคตส. กล่าวว่า ไม่หนักใจในการที่ศาลจะพิจารณาคดีหวยบนดินในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพราะมั่นใจในหลักฐานของคตส. แต่การต่อสู้ในข้อกฎหมายย่อมมีทั้งบวกและลบ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อศาลตัดสินออกมาอย่างไรคตส.ก็พร้อมรับ แต่จะเห็นด้วยหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง และเชื่อว่าคดีนี้ไม่มีเหตุผลทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ขึ้นกับดุลยพินิจของศาลในการปกป้องประโยชน์ของแผ่นดิน



