ข่าว

‘ป๋าเกิด’ รับมีเพศสัมพันธ์ ‘โคโยตี้’ ยินยอม

‘ป๋าเกิด’ รับมีเพศสัมพันธ์ ‘โคโยตี้’ ยินยอม

20 ก.ย. 2560

‘ป๋าเกิด รวยจริงนะ’ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อ มอบตัวคดี ‘ค้ามนุษย์’ ให้การภาคเสธ รับมีเพศสัมพันธ์ ‘โคโยตี้’ ไม่ได้บังคับเป็นการยินยอม เตรียมส่งฟ้องศาล 21 ก.ย.นี้


               20 ก.ย. 60  หลังจากตำรวจ กก.1 บก.ปคม. สอบปากคำ 4 โคโยตี้สาว อายุ 17 ปี สังกัด "นินิวส์โมเดล" ก่อนขออนุญาตศาลออกหมายจับ นายเกิดใหม่ หรือ ป๋าเกิด รวยจริงนะ น.ส.มลฤดี อินอ่อน ภรรยานายเกิดใหม่ และนางพรรณวรท หรือ เจ๊นินิวส์ ควบคุม ในข้อหา สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์และได้ลงมือกระทำผิดตามที่ได้สมคบกันโดยการแสวงหาประโยชน์ทางเพศรูปแบบอื่นๆ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือด้วยประการใด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 4 , 6 (2) ก่อนตำรวจจับกุมนางพรรณวรทได้ในช่วงค่ำวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

               ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. นายเกิดใหม่เดินทางมามอบตัว โดยสวมเสื้อโปโลสีแดง กางเกงขาวยาว รองเท้าแตะ ใส่หมวกแก๊ปสีดำ และหน้ากากอนามัยอำพรางใบหน้า ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวมาให้ พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. และพนักงานสอบสวนสอบปากคำ

 

 

               ทั้งนี้ ระหว่างนายเกิดใหม่เข้ามอบตัวผู้สื่อข่าวได้ตะโกนถามว่า ได้กระทำความผิดตามที่กลุ่มโคโยตี้สาวและตำรวจแจ้งข้อหาหรือไม่ แต่นายเกิดใหม่ไม่ตอบ ทำมือเป็นรูปกากบาท เป็นการแสดงความหมายว่าไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน และอีกประมาณ 10 นาทีต่อมา ตำรวจ กก.1 บก.ปคม.ได้นำตัว นางพรรณวรท ที่ไปฝากคุมขังไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง มาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยใช้ห้องสอบคนละห้องกับนายเกิดใหม่

               พ.ต.อ.มานะ เปิดเผยว่า นายเกิดใหม่ประสานกับเจ้าหน้าที่จะเข้ามอบตัวตั้งแต่เมื่อวาน (19 ก.ย.) กระทั่งวันนี้ (20 ก.ย.) มามอบตัว และพนักงานสอบสวนจะทำการสอบปากคำตามขั้นตอน เบื้องต้น นายเกิดใหม่ได้ให้การภาคเสธ ระบุ ไม่ได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่าได้รับเด็กมาทำงาน โดยเด็กสมัครใจเอง ก่อนตระเวนนำไปส่งตามร้านและสถานบันเทิง ส่วนเรื่องรับเด็กต่ำกว่า 18 ปี มาทำงาน กับปลอมแปลงบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่ต้องสอบปากคำและหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม สำหรับกรณีที่กลุ่มโคโยตี้สาวให้ปากคำว่า นายเกิดใหม่ได้บังคับให้มีเพศสัมพันธ์นั้น เจ้าหน้าที่ต้องสอบปากคำเจ้าตัวและหาหลักฐานเพิ่มด้วยเช่นกัน

               "ส่วน น.ส.มลฤดี ที่ยังไม่มามอบตัว คงกำลังเตรียมเอกสารและหลักทรัพย์เพื่อใช้สู้คดี หลังประสานจะมอบตัวในวันนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งหลังจากนี้จะสอบปากคำนายเกิดใหม่และนางพรรณวรท และนำตัวส่งฟ้องศาล ส่วนจะให้ประกันตัวหรือไม่อยู่ที่ดุลพินิจของศาล เบื้องต้น แจ้งข้อหา สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์และได้ลงมือกระทำผิดตามที่ได้สมคบกันโดยการแสวงหาประโยชน์ทางเพศรูปแบบอื่นๆ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือด้วยประการใด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 4 , 6 (2)"

 

‘ป๋าเกิด’ รับมีเพศสัมพันธ์ ‘โคโยตี้’ ยินยอม

 

เมียป๋าเกิดเข้ามอบตัวแล้ว

 

 


               เมื่อเวลา 16.00 น. น.ส.มลฤดี พร้อมทนายความ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม. ก่อนเจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำทันที

               ต่อมาเวลา 16.15 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายเกิดใหม่ และนางพรรณวรท ไปฝากขัง สน.ทุ่งสองห้อง

               พ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ รอง ผกก.1 บก.ปคม. เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำนายเกิดใหม่ให้การภาคเสธ ข้อหาที่เจ้าหน้าที่แจ้ง โดยอ้างว่าไม่นึกว่าแค่พาโคโยตี้สาวไปส่งตามสถานบันเทิงจะเข้าข่ายค้ามนุษย์ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็อธิบายให้ฟังว่า ข้อหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์มี 3 แบบ 1. เกี่ยวกับการพาเยาวชนไปค้าประเวณี 2. เกี่ยวกับการนำเยาวชนไปถ่ายภาพลามกอนาจาร 3. เกี่ยวกับการนำเยาวชนไปแสดงโดยมีการให้แต่งกายล่อแหลม และลามกอนาจาร

               “ส่วนข้อกล่าวหาที่บังคับเด็กมีเพศสัมพันธ์ นายเกิดใหม่ให้การว่า มีการร่วมเพศจริง แต่ไม่ได้บังคับ เป็นการยินยอม วันนี้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดเสร็จจะนำตัวไปฝากขังที่ สน.ทุ่งสองห้อง ก่อนจะรับตัวจาก สน.ทุ่งสองห้อง ไปส่งฟ้องศาลในเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ก.ย.นี้”

 

‘ป๋าเกิด’ รับมีเพศสัมพันธ์ ‘โคโยตี้’ ยินยอม

 

               ต่อมาเมื่อเวลา 21.10 น. หลังจากใช้เวลาสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง น.ส.มลฤดี ก็ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปฝากขังที่ สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเกี่ยวข้องกับนายเกิดใหม่ น.ส.มลฤดี ตอบเสียงสั่นเครือว่า ตรงนี้ตนไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ ขอให้การกับพนักงานสอบสวนเท่านั้น

               พ.ต.ท.ชูศักดิ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน น.ส.มลฤดี ยังคงติดต่ออยู่กับนายเกิดใหม่ และรู้ว่านายเกิดใหม่ทำงานเกี่ยวกับการหาผู้หญิงไปทำงานเป็นโคโยตี้ ส่วนเรื่องการจัดหาเด็กให้กับสถานบันเทิงนั้น น.ส.มลฤดี อ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แต่ให้การยอมรับว่า รับเงินจากนายเกิดใหม่และทอมที่มีหน้าที่ควบคุมส่งเด็กตามสถานบันเทิง ทำให้เข้าข่ายความผิดสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์และได้ลงมือกระทำผิดตามที่ได้สมคบกันโดยการแสวงหาประโยชน์ทางเพศรูปแบบอื่นๆ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือด้วยประการใด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 4 , 6 (2) จึงได้แจ้งข้อหาและควบคุมตัวฝากขังที่ สน.ทุ่งสองห้อง ต่อไป