ข่าว

‘ทรัมป์’  ฮึ่ม!! พร้อมถล่ม  ‘โสมแดง’ ให้สิ้นซาก!!

‘ทรัมป์’ ฮึ่ม!! พร้อมถล่ม ‘โสมแดง’ ให้สิ้นซาก!!

20 ก.ย. 2560

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กร้าว!! พร้อมถล่ม!! ‘เกาหลีเหนือ’ ให้สิ้นซาก หากสหรัฐถูกคุกคาม

 

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่กรุงนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (ตามเวลาประเทศไทย)โดยกล่าวถึงเกาหลีเหนือว่า "หากสหรัฐถูกคุกคามจากเกาหลีเหนือ และหากสหรัฐถูกบังคับให้ต้องปกป้องตนเอง สหรัฐก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากที่จะต้องทำลายเกาหลีเหนือให้สิ้นซาก" 

           ปธน.ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐมีความพร้อม มีความเต็มใจ และมีความสามารถที่จะใช้กำลังทหารโจมตีเกาหลีเหนือ แต่สหรัฐก็ขอเรียกร้องให้ยูเอ็นหาทางจัดการกับเกาหลีเหนือด้วยสันติวิธี 

           นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ ยังกล่าวขอบคุณจีน รัสเซีย และทุกประเทศที่เกี่ยวข้องในการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ขณะที่กล่าวตำหนิประเทศที่ยังคงทำการค้ากับเกาหลีเหนือ 

           นายทรัมป์ ยังกล่าวถึงสหรัฐว่า เขาได้รับการแต่งตั้งเพื่อให้อำนาจแก่ชาวอเมริกัน และหน้าที่อันดับแรกของรัฐบาลก็คือการรับใช้ประชาชนชาวอเมริกัน เขาจะให้อเมริกามาก่อนเสมอ เหมือนกับผู้นำประเทศอื่นๆที่จะต้องให้ประเทศของตนมาก่อนเช่นกัน และสหรัฐจะต้องไม่ถูกเอาเปรียบ หรือทำข้อตกลงที่มีเพียงฝ่ายเดียวได้รับประโยชน์ แต่สหรัฐจะเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับประเทศอื่นๆในโลก และสหรัฐจะปกป้องพันธมิตร และผลประโยชน์ของประเทศดังกล่าว 

           นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ ยังกล่าวว่า สหรัฐไม่ได้ต้องการที่จะบังคับให้ประเทศอื่นปฏิบัติตามการดำเนินชีวิตในสหรัฐ แต่สหรัฐจะเป็นแบบอย่างแก่ประเทศต่างๆ 

           ส่วนประเด็นกลุ่มก่อการร้ายว่า ผู้นำสหรัฐระบุว่า ขณะนี้เป็นเวลาที่จะต้องมีการเปิดเผยว่า ประเทศใดบ้างที่ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และยูเอ็นจะต้องหยุดยั้งกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง และกลุ่มดังกล่าวจะต้องถูกขับไล่ออกจากประเทศต่างๆ 

           นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า สหรัฐมีการดำเนินการที่คืบหน้าในการต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา มากกว่าที่ได้ดำเนินการในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ 

           อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ กล่าวถึงยูเอ็นว่า ยูเอ็นสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆของโลก และเขาหวังว่ายูเอ็นจะเป็นองค์กรที่โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ แต่ขณะนี้ สหรัฐต้องแบกรับภาระที่ไม่เป็นธรรมในการสนับสนุนทางการเงินแก่ยูเอ็น