ข่าว

วันที่ 321ประชาชนยังคงกราบพระบรมศพอย่างเนืองแน่น

วันที่ 321ประชาชนยังคงกราบพระบรมศพอย่างเนืองแน่น

19 ก.ย. 2560

ไม่อยากจะเชื่อว่าพระองค์สวรรคตแล้ว เหมือนความฝันที่ไม่อยากให้เป็นจริง

วันที่ 321ประชาชนยังคงกราบพระบรมศพอย่างเนืองแน่น

          วันที่ 19 กันยายน 2560 บรรยากาศในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อน้อมถวายความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ เป็นวันที่ 321 ยังคงมีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมาเข้าแถวรอคิวกราบพระบรมศพเป็นจำนวนมากแม้ว่าจะเป็นวันทำการปกติ

วันที่ 321ประชาชนยังคงกราบพระบรมศพอย่างเนืองแน่น

น.ส.ธมลวรรณ คเนทรัพย์สิน (ซ้าย)

          น.ส.ธมลวรรณ คเนทรัพย์สิน อายุ 23 ปี ชนเผ่ากระเหรี่ยง หรือ ปกาเกอะญอ จาก อ.ลี้ จ.ลำพูน สวมชุดประจำเผ่า เดินทางมาพร้อมเพื่อนบ้าน 40 คน ด้วยรถตู้ 3 คัน ตั้งแต่เมื่อบ่ายของวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา และมาถึงสนามหลวงในเวลา 24.00 น. ก่อนจะรอคิวและได้เข้ากราบพระบรมศพในเวลา 06.00 น. และเข้ากราบขอพรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ด้วย โดยเจ้าตัวเล่าว่า เธอนั้นเดินทางมากราบพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากครั้งนี้ลูกสาวอยากจะมากราบพระองค์ท่านมาก จึงได้พามาพร้อมทั้งมารดาด้วย 

          "สำหรับพวกเราชาวเขาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อย่างหาที่สุดมากมายเหลือเกิน ทรงช่วยเหลือให้พวกเรามีอาชีพ มีรายได้ และได้ใช้ชีวิตที่ดีสืบทอดต่อมายังลูกหลาน พวกเราจะมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ ขณะที่พระองค์เสด็จฯ ไปทรงงานที่หมู่บ้าน ไว้ติดตัวเสมอ เพื่อระลึกถึงสิ่งที่พระองค์ทรงช่วยเหลือ โดยตัวเองและครอบครัวได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต รู้จักใช้อย่างพอเพียง ไม่ฟุ่มเฟือยและเก็บออมไว้ใช้เมื่อถึงคราวจำเป็น" น.ส.ธมลวรรณ กล่าวด้วยน้ำเสียงปีติ

วันที่ 321ประชาชนยังคงกราบพระบรมศพอย่างเนืองแน่น

นางนิตยา เสถียรนาม (คนกลาง)

          ขณะที่ นางนิตยา เสถียรนาม อายุ 50 ปี อาชีพค้าขาย พสกนิกรจาก จ.พิษณุโลก แต่มาทำงานที่กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า เธอเองมากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นจำนวนครั้งที่ 15 แล้ว ด้วยความรู้สึกรักพระองค์ท่านมาก และสำหรับครั้งนี้ เธอเองได้เดินทางไปรับมารดามาจากพิษณุโลกมาด้วย แม้จะเดินไม่ค่อยไหวแต่ก็อยากจะมากราบสักครั้งหนึ่งในชีวิต ทั้งนี้เธอเดินทางมาถึงสนามหลวงเวลา 03.00 น. และได้กราบประมาณ 06.00 น.

           "มากราบพระองค์ตั้งแต่วันที่สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบวันแรก ในวันนั้นบอกกับตัวเองว่าไม่อยากจะเชื่อว่าพระองค์จะสวรรคตแล้ว เป็นเหมือนความฝันที่ไม่อยากให้เป็นจริง รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องโกหก พอได้ขึ้นกราบบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตาพร่ามัวไปหมด ไม่อยากยอมรับความจริง ไม่อยากให้พระองค์ท่านจากพวกเราไปไหน สำหรับตัวเองประทับใจพระองค์ทั้งในเรื่องการทรงงานและดำเนินชีวิต ยิ่งได้เห็นเรื่องการใช้ยาสีพระทนต์ของพระองค์ ก็ทำให้เราตระหนักในการใช้ชีวิตมากขึ้นด้วย"นางนิตยา กล่าวพร้อมน้ำตานองหน้า