
"หมอวรงค์"ชำแหละจำนำข้าวจีทูจี สะท้อน"เหิมเกริบในอำนาจ"
"หมอวรงค์"ชำแหละจำนำข้าวจีทูจี ชี้สะท้อนวิธีการที่เร่งรีบ และเหิมเกริมในอำนาจ
18ก.ย.60- น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว "Warong Dechgitvigrom"ว่า สำหรับมหากาพย์โกงข้าวตอนอวสานต์จีทูจีนั้น ในการลงนามในสัญญาระบายข้าวแบบจีทูจียังมีประเด็นปลีกย่อยที่น่าสนใจอีกหลายประเด็นที่สะท้อนให้เห็นว่าในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำเนินการการระบายข้าวแบบจีทูจีชนิดไม่เกรงกลัวความผิด
1.แม้ในทางปฏิบัติถ้ามีการลงนามสัญญาการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหน่วยงานหรือรัฐวิส่าหกิจดังกล่าวต้องได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลของตนเอง แต่จำเลยก็ตรวจสอบเพียงแค่บริษัทกว่างตงฯเป็นรัฐวิสาหกิจจริงหรือไม่เท่านั้น โดยทำบันทึกถึงผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศณเมืองกวางโจว แทนที่จะตรวจสอบว่าบริษัทกว่างตงฯได้รับมอบหมายจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือไม่
ที่สำคัญจำเลยลงนามรับทราบผลว่าบริษัทกว่างตงฯเป็นรัฐวิสาหกิจ(ไม่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาล)วันที่30พ.ย.54แต่การเจรจาทั้งสองฝ่ายเพื่อขายข้าวเจรจาในวันที่5ต.ค.54และเสนอให้จำเลยที่เป็นรัฐมนตรี(นายภูมิ)เห็นชอบเงื่อนไขในวันเดียวกันและมีการลงนามสัญญาระบายข้าวจีทูจีกับบริษัทกวางตงฯทั้งฉบับที่1และ2ในวันที่6ต.ค.54 ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระบวนการลงนามในสัญญาเกิดขึ้นก่อนการรับทราบผลการตรวจสอบหน่วยงานที่มาเจรจาว่าเป็นรัฐวิสาหกิจหรือไม่ถือว่าผิดปกติอย่างมากที่สำคัญดำเนินการด้วยความรวดเร็วอย่างมาก
2.แม้จำเลยจะมีหนังสือถึงอธิบดีกรมเอเชียตะวันออกกระทรวงต่างประเทศว่าบริษัทกวางตงฯเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือไม่กรมเอเชียตะวันออกก็ได้มีหนังสือถึงกรมการค้าต่างประเทศในวันที่18พ.ย.54 เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมและประสานกับทางสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยแล้วพร้อมที่จะให้ความร่วมมือแต่กรมการค้าต่างประเทศก็เพิกเฉยไม่ตอบหนังสือ ในขณะที่การลงนามสัญญาจีทูจีฉบับที่1และ2ลงนามไปแล้ว
3.แม้การตรวจสอบจากผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศณเมืองกวางโจวยังส่งไม่ถึงกรมการค้าต่างประเทศแต่ก็มีการทำบันทึกขอความเห็นชอบผลการเจรจาโดยระบุว่าบริษัทกว่างตงฯเป็นรัฐวิสาหกิจที่ได้รับมอบหมายจากสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งฝ่าฝีนต่อความจริง
4.โดยทั่วไปการเจรจาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐทุกครั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่รัฐบาลต่างประเทศมักจะมีเจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์เดินทางไปต้อนรับแต่กรณีบริษัทกว่างตงฯและไห่หนาน(กว่างตงฯ3ฉบับไห่หนาน1ฉบับ)จำเลยแจ้งว่าเขามาด้วยตนเองซึ่งขัดต่อเหตุผลที่ผู้แทนรัฐวิสาหกิจต่างประเทศเดินทางมาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐในมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทจะต้องหาที่พักแรมเอง
5.มีกรณีMr.Lin Haihuiผู้แทนของบริษัทไห่หนานเดินทางมาซึ่งตรงกับช่วงที่มีการเจรจาซื้อข้าว(สัญญาฉบับที่4)ในวันที่23ส.ค.55ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์ให้การดูแลและได้เข้าพักที่โรงแรมย่านรัชดาในวันที่22ส.ค.55ออกวันที่25ส.ค.55พบว่าค่าห้องพักรวมอาหารเช้า2,200บาทชำระโดยบัตรเครดิตวีซ่าของหนึ่งในจำเลยที่เป็นคนของบริษัทสยามอินดิก้า(จำเลยที่10)
6.โดยปกติของการเจรจาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศจะต้องมีการทำบันทึกขอความเห็นชอบกรอบแนวทางการเจรจาเรื่องชนิดข้าวปีการผลิตปริมาณรูปแบบการชำระเงินและราคาขายจากรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเสียก่อนจึงจะเริ่มเจรจาได้เมื่อได้บทสรุปจึงทำบันทึกเพื่อขอความเห็นชอบในข้อตกลงจากรัฐมนตรีและจบด้วยการลงนามในสัญญาโดยอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศพบว่าสัญญากับบริษัทกว่างตงทั้ง3ฉบับไม่มีการทำบันทึกขอความเห็นชอบกรอบการเจรจามีเพียงเฉพาะสัญญาฉบับที่4กับไห่หนานเท่านั้นอีกทั้งยังระบุชื่อเรื่องว่าแนวทางการเสนอราคาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐระหว่างรัฐบาลไทยและหน่วยงานรัฐวิสาหกิตที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีนซึ่งขัดแย้งกับบันทึกที่ระบุว่าบริษัทห่ายหนานเป็นแค่รัฐวิสาหกิจของมณฑลห่ายหนาน
"รายละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้ยิ่งเป็นการสะท้อนความเร่งรีบและการดำเนินการด้วยความเหิมเกริมในอำนาจและปกปิดข้อเท็จจริงถ้าลงลึกในรายละเอียดของสัญญาจะยิ่งเห็นอะไรมากกว่านี้ค่อยๆติดตามไปเรื่อยครับ" น.พ.วรงค์ระบุ



