ข่าว

กรมบัญชีกลางเร่งเคาะระเบียบจัดซื้อ33รสก.

กรมบัญชีกลางเร่งเคาะระเบียบจัดซื้อ33รสก.

18 ก.ย. 2560

กรมบัญชีกลางเร่งเคาะระเบียบจัดซื้อ33รสก.ยันไม่ขัดกฎหมายฉบับใหม่

  

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการตรวจระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างที่รัฐวิสาหกิจทั้ง 33 แห่งเสนอให้กรมบัญชีกลางพิจารณาอนุมัติ โดยหลักของการพิจารณา คือ ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างที่รัฐวิสาหกิจเสนอมา จะต้องสอดคล้องกับพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐปี 2560 ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา

“เรากำลังนำระเบียบที่แต่ละรัฐวิสาหกิจเสนอมาพิจารณาในชั้นคณะอนุกรรมการของกรมฯ แต่ในระหว่างนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจัดซื้อจัดจ้าง ในกฎหมายได้บอกว่า ก่อนที่ระเบียบภายในจะได้รับการอนุมัติภายใน 180 วันหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ ทางรัฐวิสาหกิจสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายในระเบียบเดิมไปก่อนได้” อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าว

สำหรับสาเหตุหลักที่รัฐวิสาหกิจต้องการใช้ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของตนเองแทนพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐปี 2560 ที่กำหนดให้ส่วนราชการส่วนกลาง ส่วนราชการในส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ต้องปฎิบัติตาม คือ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะในรัฐวิสาหกิจที่มีการแข่งขัน

นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนหน่วยงานอื่นก็สามารถยื่นขอใช้ระเบียบภายในของตนเองเพื่อจัดซื้อจัดจ้างได้ แต่ต้องไม่ขัดกับหลักกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างของกรมบัญชีกลาง แต่หน่วยงานส่วนใหญ่จะเลือกใช้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่แทนระเบียบของตนเอง มีเพียงรัฐวิสาหกิจเท่านั้นและบางหน่วยงานที่เสนอขอใช้ระเบียบตนเอง ซึ่งถือเป็นส่วนน้อย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา หน่วยงานราชการกว่า 1,000 แห่งใช้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างมีผลบังคับใช้ ทำให้ส่วนราชการและท้องถิ่นกว่า 9,000 แห่งต้องมาอยู่ภายใต้กฎหมายนี้

ตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่นี้ ได้เปิดทางให้หน่วยงานของรัฐดังกล่าว สามารถออกระเบียบ หรือข้อบังคับการจัดซื้อจัดจ้างใช้สำหรับหน่วยงานตนเองได้ เพื่อความยืดหยุ่นและความคล่องตัว แต่จะต้องสอดคล่องกับหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ที่มีหลักในการบริหารการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐว่า ยึดหลักความคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและสามารถตรวจสอบได้

“การเปิดให้ทางรัฐวิสาหกิจสามารถออกระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างนั้น เป็นการอนุญาตให้รัฐวิสาหกิจที่ มีกิจกรรมทางธุรกิจ ที่ต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการในธุรกิจเดียวกัน สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังอยู่บนหลักการของความโปร่งใส ซึ่งการขออนุญาตออกระเบียบการจัดซื้อเองของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง เป็นการขอเป็นรายกิจกรรมของรัฐวิสาหกิจนั้นๆ ไม่ใช่เป็นการขอออกระเบียบใช้สำหรับทั้งองค์กร”

สำหรับรัฐวิสาหกิจ 33 แห่งที่ขอออกระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของตนเอง เช่น ปตท. การบินไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) TOT อสมท. ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส) เป็นต้น

ทั้งนี้ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารการพัสดุภาครัฐ ปี 2560 เป็นกฎหมายที่ออกมาแทนที่ระเบียบพัสดุของสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีส่วนเพิ่มเติมจากระเบียบเดิม เช่น การให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์ ตั้งแต่ขั้นการยกร่างเงื่อนไขข้อตกลงจนถึงสิ้นสุดโครงการ

นอกจากนั้น ยังกำหนดบทลงโทษ ในกรณีเจ้าหน้าหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดบทลงโทษ ผู้ใช้ หรือสนับสนุนในการกระทำความผิด ให้มีโทษเท่ากับผู้กระทำความผิดด้วย