เปิดอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 9 ตระการตา
ขอให้นักกีฬาทุกคนให้เชื่อมั่นในตนเองแต่อย่าประมาทอย่างเด็ดขาด
การแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งอาเซียน ครั้งที่ 9 “อาเซียน พาราเกมส์ 2017” ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติบูกิต จาลิล กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 17 กันยายน โดยมีนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นประธาน พร้อมด้วย นายไครี่ จามาลุดดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเยาวชนและกีฬามาเลเซีย, พล.ต.โอสถ ภาวิไล ประธานสหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน และนางกอบกาญจน์ วัฒนาวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทย เข้าร่วมในพิธีด้วย
ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยมี “โบว์” เกวลิน วรรณฤมล นักกรีฑาสาววัย 23 ปี จากจังหวัดพะเยา ดีกรี 3 เหรียญทอง พร้อมทำลายสถิติ วิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร และ 400 เมตร จากอาเซียนพาราเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ และเหรียญทองแดงชิงแชมป์โลก 2017 ที่ประเทศอังกฤษ เป็นผู้ถือธงชาติไทยนำขบวนพาเหรดคณะนักกีฬาคนพิการไทยลงสู่สนามในพิธีเปิด ร่วมกับคณะนักกีฬาอีก 10 ชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน
ส่วนพิธีจุดไฟคบเพลิงมี 5 นักกีฬาของมาเลเซีย นำโดย ฮาซิฮิน ซานาวี นักยิงธนูเหรียญทองแดง พาราลิมปิกเกมส์ 2012, มูฮัมหมัด อาฟิค อาฟิฟี่ โรซาน นักจักรยานเหรียญทองแดง ชิงแชมป์โลก 2017, คริชน่า คูมาร์ ฮาริดาส นักกรีฑาเหรียญเงิน อาเซียนพาราเกมส์ 2015, ซิติ นูร์ ราเดียห์ อิสมาอิล นักกรีฑาเหรียญทองแดง พาราลิมปิกเกมส์ 2016 และไฟรเดน ดาวาน นักกรีฑาเหรียญทอง เอเชี่ยนพาราเกมส์ 2010 ทำหน้าที่วิ่งคบเพลิงไปจุดไฟในกระถางเปิดฉากการแข่งขัน
"มาดามน้อง" นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขอให้นักกีฬาทุกคนมีความตั้งใจเต็มที่ ตนอาจจะมีความเป็นห่วงบ้างในเรื่องของความเป็นห่วงด้านสุขภาพเพราะเมื่อเดินทางมายังอีกประเทศหนึ่งอากาศย่อมเปลี่ยนแปลง เสี่ยงต่อการป่วย แต่นักกีฬาพร้อมที่จะทำหน้าที่เพื่อชาติ และตนขอเป็นกำลังใจทุกคนๆ เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ต้องไม่ประมาท รวมทั้งทุกคนต้องเรียนรู้ว่าจากเมื่อก่อนที่นักกีฬาชาติต่างๆ มักไม่ค่อยจะสนใจกีฬาระดับอาเซียนพาราเกมส์เท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้แต่ละชาติพยายามสู้อย่างเต็มที่ ไม่ยอมแพ้ต่อกันง่ายๆ มีการพัฒนาที่มากขึ้น หลายๆ ชนิดกีฬาใหม่ เจ้าภาพก็ทำได้ดี อย่างเช่น จักรยานคนพิการ มองแล้วอาจจะเป็นกีฬาความหวังของพวกเขาในอนาคตอันใกล้ และในครั้งนี้ทีมไทยก็ไม่ได้ส่งเข้าร่วมแข่งขัน
ตามที่เห็น เจ้าภาพมาเลเซียได้บรรจุชนิดกีฬาจักรยานที่ทีมไทยไม่ได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมนั้น ทำให้หลังจากเสร็จศึกครั้งนี้ทีมไทยคงต้องมองไปที่การพัฒนานักกีฬาหน้าใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขันกีฬายุคใหม่ตามไปด้วย ล้อไปกับการเตรียมความพร้อมสู่ "โร้ดทูโตเกียว" หรือพาราลิมปิกเกมส์ ปี 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย การส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันอะไรสักอย่างต้องไม่ได้มองเพียงแค่ทัวร์นาเมนต์นั้นทัวร์นาเมนต์เดียว ต้องมองไปที่รายการระยะยาวด้วย ซึ่งในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีก็ได้ฝากมาบอกด้วยว่าทีมพาราไทยก็ไม่ควรหยุดนิ่งอยู่กับที่ เร่งสร้างดาวดงใหม่ประดับวงการให้ต่อเนื่อง นักกีฬาหน้าใหม่, เจ้าหน้าที่คนใหม่, กรรมการหน้าใหม่ๆ สมาคมแต่ละสมาคมต้องมีพัฒนาการที่ต่อเนื่องยิ่งๆ ขึ้นไป
สำหรับเรื่องการสนับสนุนเงินอัดฉีดของทางทัพพาราไทยที่จะมีเพิ่มเติมจากรัฐบาลหรือไม่นั้น นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า คงเป็นเรื่องของระยะยาวที่ต้องทำการวางแผนกันล่วงหน้า เนื่องจากหากในทัวร์นาเมนต์นั้นๆ นักกีฬาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมแล้วรัฐพอใจที่จะมอบเงินสนับสนุนให้เพิ่มทันที ในภายภาคหน้าหากมีการแข่งขันอีกแล้วทางรัฐไม่ให้ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องของเงินกองทุนที่หากได้เริ่มต้นให้แล้วจะต้องให้ไปได้ตลอด แต่ทางรัฐเองก็มีความตั้งใจอยู่แล้วที่จะคอยดูแลทัพนักกีฬาให้ครอบคลุม ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเงินอัดฉีดแต่รวมไปถึงวิธีการพัฒนาทุกอย่างเพื่อให้นักกีฬาไทยก้าวไปสู่ความเป็นเลิศรวมทั้งเรื่องของ "สปอร์ต ฟอร์ ออล"
ขณะที่ "รองฯ ตูน" นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงปัญหาของการตรวจคลาสที่ทำให้นักกีฬาไทยโดนเจ้าภาพตัดสิทธิ์แข่งขันไปหลายรายว่า เป็นที่ชัดเจนว่าในอาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้มีปัญหาของการตรวจคลาสเกิดขึ้นแบบไม่ถูกต้องผิดเพี้ยนไปจากครั้งก่อนๆ ซึ่งมาตรฐานการตรวจคลาสความสามารถของนักกีฬาคนพิการแต่ละชนิดต้องควรที่จะมีมาตรฐานไปในทิศทางแบบเดียวกันทุกๆ ปี ดังนั้นหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันคงต้องมีการเรียกประชุมกันเพื่อจบปัญหาเหล่านี้และไม่ให้เกิดขึ้นเพื่อก่อปัญหาให้แก่นักกีฬาไทยจนเป็นที่มาของความเสียเปรียบคู่แข่งอีกในรายการต่อไป



