ข่าว

โจรซิ่งจยย.ชิงทรัพย์นักธุรกิจค้าเพชรสูญนับล้าน

โจรซิ่งจยย.ชิงทรัพย์นักธุรกิจค้าเพชรสูญนับล้าน

23 ก.ย. 2552

2โจรซิ่งจยย.ชิงกระเป๋านักธุรกิจค้าเพชรมูลค่านับล้านบาท ขณะจอดรถส่งแม่หน้าบ้านพักสุขุมวิท 65 เหยื่อสาวเผยช่วงกำลังพยุงแม่เข้าบ้าน คนซ้อนท้ายลงมากระชากกระเป๋าถือ ญาติเข้าช่วยแต่ถูกรุมทำร้ายก่อนซิ่งจยย.หนีขับรถตามก็ไม่ทัน เชื่อคนร้ายสะกดรอยตามมาตลอด ตร.สกัดไ

เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 22 กันยายน ร.ต.ท.สุรศักดิ์ คชภักดี พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุคนร้ายเป็นชาย 2 คนก่อเหตุชิงทรัพย์เป็นกระเป๋าถือใส่เงินสดและเครื่องเพชรมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 276 และ 286/ 3 ซอยสุขุมวิท 65 แยกซอยชัยพฤกษ์ 2/1 แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ ผกก.สน.คลองตัน พ.ต.ท.อธิป พงษ์ศิวาภัย รองผกก.(ปป.)พ.ต.ท.สมเกษม จารักษ์ รองผกก.(สส.)สน.คลองตัน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านแฝดสูง 4 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด บริเวณหน้าบ้านพบน.ส.ศิริพันธ์ กมลรัตนพิบูลย์ พร้อมญาติกว่า 10 คนยืนรอให้การเจ้าหน้าที่ด้วยสีหน้าตื่นตกใจ และพยายามบอกเจ้าหน้าที่ให้ระดมกำลังสกัดจับคนร้าย เนื่องจากคิดว่าคนร้ายน่าจะอยู่ระแวกซอยสุขุมวิท 65

น.ส.ศิริพันธ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับแม่ไปทำธุระด้วยกัน 2 คน จากนั้นได้แวะซื้ออาหารที่ภัตตาคาร และเข้ามาส่งคุณแม่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ โดยจอดรถยนต์ยี่ห้อจากัวร์ ไว้ที่หน้าประตู ก่อนจะมีคนในบ้านซึ่งเป็นญาติกันกำลังออกมาเปิดประตูให้ ขณะที่กำลังพยุงคุณแม่ลงจากรถ ซึ่งตนได้ถือกระเป๋าหนังแบบสะพายไว้ที่มือขวา

น.ส.ศิริพันธ์ กล่าวอีกว่า กระเป๋าดังกล่าวเป็นกระเป๋าหนังสีน้ำตาลอ่อน ลายหนังจระเข้ ข้างในกระเป๋ามีเงินสดไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท แหวนเพชร ซึ่งคุณแม่เพิ่งถอดเก็บใส่กระเป๋าขนาดน้ำหนัก 3 กะรัต และยังมีทรัพย์สินของมีค่าส่วนใหญ่เป็นเครื่องเพชร เนื่องจากครอบครัวของตนประกอบธุรกิจจิวเวอร์รี่ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปประมาณ 1 ล้านกว่าบาท

“ขณะที่ดิฉันกำลังพยุงคุณแม่ลงจากรถเพื่อเข้าบ้าน โดยมีคนในบ้านอีก 3-4 คนมารอรับและเปิดประตูให้ สาเหตุที่ดิฉันจอดรถไว้หน้าบ้านเพราะแวะมาส่งคุณแม่ แล้วจะกลับบ้านของดิฉันซึ่งอยู่อีกที่หนึ่ง แต่จู่ก็มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน คนขับสวมเสื้อสีแดง สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำทับ ใส่กางเกงยีนขายาว และสวมหมวกกันน็อกแบบครึ่งใบสีดำ ส่วนคนซ้อนท้ายสวมเสื้อแขนสั้นสีดำ กางเกงยีนขายาว ขี่รถมาจอดใกล้กับรถยนต์ของดิฉัน แล้วคนซ้อนท้ายก็ลงจากรถมากระชากเอากระเป๋าในมือ”น.ส.ศิริพันธ์ กล่าว

น.ส.ศิริพันธ์ กล่าวอีกว่า ระหว่างที่คนร้ายมาดึงเอากระเป๋านั้นตนก็พยายามสู้ จึงถูกคนร้ายผลัก ขณะที่คนในบ้านพยายามออกมาช่วย คนร้ายก็ทำท่าเหมือนจะคว้าเอาอาวุธออกมา ก่อนวิ่งเข้าไปทำร้ายชกต่อยและกระทืบกลุ่มญาติๆ จากนั้นคนร้ายก็วิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ไม่ทราบรุ่น สีคาดว่าเป็นรถแบบผู้หญิง เพราะคนค่อนข้างเล็ก และสังเกตเห็นแถบสีแดงที่ตัวรถ ขับขี่หลบหนีไปอย่ารวดเร็ว

น.ส.ศิริพันธ์ กล่าวด้วยว่า ตนพยายามขับรถตามคนร้ายไปแต่ตามไม่ทันเนื่องจากคนร้ายขับรถออกไปเร็วมาก ประกอบกับระแวกดังกล่าวมีซอยทะลุกันหลายซอยตนจึงโทรศัพท์แจ้ง 191 เพื่อขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยส่งกำลังสกัดจับคนร้าย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคนร้ายน่าจะสะกดรอยตน และเคยก่อเหตุลักษณะนี้บ่อยครั้งในย่านนี้ โดยปีที่ผ่านมาน้องสาวของตนก็เคยถูกก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว แต่ยังจับคนร้ายไม่ได้

ด้าน พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ให้พนักงานสอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมให้ผู้เสียหายตรวจสอบทรัพย์สินให้แน่ชัดว่าสิ่งใดหายไปบ้าง ขณะเดียวกันก็สั่งให้เจ้าหน้าที่สายตรวจสน.คลองตัน ช่วยกันสกัดจับคนร้ายต้องสงสัยเป็นชาย 2 คน คนขับสวมเสื้อแดงคนซ้อนท้ายสวมเสื้อดำ โดยพยานใกล้กับที่เกิดเหตุแจ้งว่าสังเกตเห็นทะเบียน เจ้าหน้าที่จึงต้องสงสัยรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ รุ่น และสี ทะเบียน วนฉ 448 กทม.

พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันก็สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจประสานงานกับสายตรวจท้องที่ใกล้เคียง เพื่อให้ช่วยสกัดจับคนร้ายด้วย อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายสืบลงพื้นที่หาพยานแวดล้อม รวมถึงหากล้องวงจรปิดบริเวณปากซอยสุขุมวิท 65 ซึ่งมีร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น พร้อมทั้งหากล้องวงจรปิดตามบ้านเรือนประชาชนที่ติดตั้งไว้ โดยขอความร่วมมือเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการติดตามคนร้ายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เสียหายพร้อมญาติๆ พยามห้ามไม่ให้สื่อมวลชนทั้งโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์บันทึกภาพและทำข่าว โดยบอกว่าไม่อยากเป็นข่าว ไม่อยากดังกับข่าวแบบนี้ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ฝ่ายเดียว และเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ก่อนจะเชิญบรรดาสื่อมวลชนออกนอกพื้นที่ โดยไม่ให้บันทึกภาพทำข่าวแต่อย่างใด