
โซเซียลทำวุ่นโพสต์ “ไม่รับสวดศพ ไม่ใส่ซอง”
ชาวกำแพงแสนเดือด โวย “โซเชียล” ลงข่าวบิดเบือนกล่าวหาวัดศาลาตึก ไม่รับสวดศพไม่ใส่ซอง
16 ก.ย. 60 - ชาวบ้านเดือดโวย “โซเชียล” ลงข่าวบิดเบือนกรณีวัดศาลาตึก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ไม่รับสวดศพไม่ใส่ซอง พร้อมกับข้อความว่า “พระไม่สวด ป้ายศพไม่มี” โดยมีภาพประกอบลูกชายผู้เสียชีวิต ยืนร้องไห้หน้าหีบศพ จนมีกระแสฮือฮามีผู้ใจบุญเตรียมยื่นมือเข้าช่วยเหลือจำนวนมาก แต่กลับกลายเป็นเรื่องโอละพ่อ ชาวบ้านจึงเตรียมแจ้งความเอาเรื่องกับผู้ที่ลงข้อความอย่างถึงที่สุดแล้ว
เกี่ยวกับเรื่องนี้เหตุการณ์ได้เกิดขึ้นที่วัดศาลาตึก หมู่ 16 ตำบลทุ่งลูกนก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม หลังจากที่ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า Ts1News.com เผยแพร่ข้อมูล ภาพของเด็กชายกำลังยืนร้องไห้อยู่บริเวณด้านหน้าหีบศพของบิดา และมีข้อความเขียนอักษรว่า “พระไม่สวด ป้ายศพไม่มี” เสมือนเป็นการเผยแพร่ข่าวทำนองว่าพระที่วัดศาลาตึก “ไม่รับสวดศพไม่ใส่ซอง” ให้สังคมได้รับรู้ ซึ่งหลังได้มีการเผยแพร่ภาพออกไป ก็พบว่าในโลกโซลเซียล มีการแชร์ต่อๆกันออกไปอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว โดยใหญ่เห็นใจและพร้อมที่จะเดินทางไปให้การสนับสนุนมอบเงินช่วยเหลือกันอย่างมากมาย
ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปสังเกตการณ์ เนื่องจากไม่แน่ใจว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ จนได้พบว่ามีงานศพจริง และผู้ที่เสียชีวิตก็คือนายวิเชียร กลีบเมฆ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153/9 หมู่ 9 ตำบลทุ่งลูกนก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ที่ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีบุตรชาย คือ ด.ช.เอกภาพ หรือ น้องโม กลีบเมฆ อายุ 12 ปี ชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนวัดห้วยผักชี อยู่ภายในศาลาร่วมกับญาติๆที่คอยมาช่วยภายในงานด้วย รวมทั้งยังมีชาวบ้านอีกกว่า 30 คน ที่สงสัยเรื่องที่เกิดขึ้น ได้เข้ามาสอบถามเรื่องที่มีการเผยแพร่ก้นในโซเซียล จากการสอบถาม นายไพบูลย์ จรูญธวัชชัย อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องคนสนิทของนายวิเชียร ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง และก็ไม่ทราบว่าข่าวแบบนี้ออกไปได้อย่างไร โดยตนอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่นายวิเชียรมีอาการป่วยด้วยโรคผิวหนังที่บริเวณก้นอยู่หลายปี แต่ไม่ได้รับการรักษาจนบานปลายกลายเป็นมะเร็งผิวหนัง และมีอาการป่วยหนักทำท่าว่าจะไม่รอด ตนจึงได้ปรึกษา พระอธิการปัญญา สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดศาลาตึก เพื่อจะขอจัดงานศพแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากครอบครัวนี้ยากจนและมีญาติไม่มากนัก ซึ่งทางท่านเจ้าอาวาสก็ยินดีและพร้อมช่วยทุกอย่าง จนกระทั่งนำศพมาที่วัดและได้รับการดูแลทุกอย่างตั้งแต่โลงศพ จัดดอกไม้หน้าหีบศพ และคนมาช่วยจัดงาน อีกทั้งยังมีคนมาถ่ายภาพในงานด้วย แต่ไม่ทราบว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำให้สังคมเข้าใจผิดต่อวัด และทำให้เสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ทราบว่ามีคนเปิดเฟซบุ๊กขอรับบริจาคจะนำเงินมาช่วยครอบครัวนี้หลายคน ซึ่งถ้าจริงก็อยากจะให้คนที่บริจาคเงิน ได้มามอบให้กับครอบครัวนี้โดยตรงจะดีกว่า
ด้านพระอภินัย ศรีธัมโม พระลูกวัดที่ทำการสวดพระอภิธรรมในคืนแรก กล่าวว่าอเพิ่งทราบข่าวจากชาวบ้านในตอนเช้า ซึ่งทางเจ้าอาวาสท่านออกไปรับกิจนิมนต์ในช่วงสายยังไม่ทราบเรื่อง แต่ก็ยืนยันว่าวัดศาลาตึกไม่มีนโยบาย “ไม่ใส่ซองจะไม่สวดศพ” ไม่มีแน่นอน ขอยืนยันว่างานนี้จัดให้ฟรี ไม่ใช่เป็นข่าวอย่างที่ออกไป โดยจะทำการสวดรวม 3 คืน และจะทำฌาปนกิจในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งทางญาติก็รับทราบแล้ว
ขณะที่นางอารม และนางรัตนา อาสะใภ้บอกว่า ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่ยากจนทำงานรับแกะฝักข้าวโพดกันทั้งบ้าน ส่วนนายวิเชียรนั้นป่วยมานานทำงานไม่ไหว พี่น้องก็ช่วยกันดูแล ส่วนเด็กชายเอกภพ หรือน้องโม ก็มาอยู่ด้วยกับพวกตนตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นเด็กขยัน ร่าเริง ช่วยทำมาหากินดีมาก ส่วนที่ว่าในงานไม่มีภาพตั้งหน้าศพนั้น เนื่องจากทุกคนไม่มีเวลาไปอัดรูป คืนแรกจึงไม่มีรูปแต่วันนี้ได้ไปทำมาแล้ว สำหรับที่จะมีผู้ใจบุญนำเงินมาบริจาคให้ ก็ต้องขอขอบคุณ และจะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาของน้องโมต่อไป
นายวีรยุทธ ศิริทองเกษตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 กล่าวว่า ตั้งแต่ทราบข่าวชาวบ้านหลายคนได้มารวมตัวกันที่วัด และเข้ามาร่วมบริจาคเงินให้กับครอบครัวของน้องโม ทั้งยังแสดงความไม่พอใจที่สื่อโซเชียลเสนอข่าวไปแบบนั้น ซึ่งส่งผลเสียหายให้ทางวัด ดังนั้นตนเองจะเป็นตัวแทนชาวบ้าน จะไปแจ้งความเอาผิดกับคนที่เอาข้อมูลผิดไปเผยแพร่ให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องชื่อเสียงของวัดแห่งนี้ และขอยืนยันว่าวัดศาลาตึก รวมถึงเจ้าอาวาส และพระในวัดต่างเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน.



