
เจ้าหน้าที่บินตรวจพื้นที่ป่าหน่วยจัดการต้นน้ำแม่สลอง
พบอีกโฉนดบนยอดเขาสูง 468 ไร่ แผ้วถางจนเหี้ยน ขณะที่พื้นที่บุกรุกเก่า 5,481 ไร่ ยังไม่คืบหน้า ขาดเจ้าทุกข์แจ้งความ ผู้การฯ เชียงรายเผย มีการเอาชื่อคนตายไปดำเนินคดีฮุบที่สวนป่ากิ่วทัพยั้ง
จากกรณีปัญหาการบุกรุกที่ดินบริเวณพื้นที่ปลูกป่าของหน่วยจัดการต้นน้ำแม่สลอง อ.แม่จัน จ.เชียงราย จำนวน 5,481 ไร่ จากจำนวนพื้นที่ทั้งหมด 6,650 ไร่ โดยการออกโฉนดทับพื้นที่ป่าของหน่วยจัดการต้นน้ำแม่สลอง แต่ตำรวจยังไม่สามารถดำเนินคดีผู้กระทำผิดได้ เนื่องจากไม่มีเจ้าทุกข์ ร้องต่อพนักงานสอบสวน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการบินสำรวจของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พบว่า พื้นที่ปลูกป่าของหน่วยจัดการต้นน้ำแม่สลองทั้งหมด ขณะนี้ยังคงมีสภาพพื้นที่สวนป่าให้เห็นอยู่เพียงร้อยละ 20 และเป็นพื้นที่ซึ่งมีการทำการเกษตรไปแล้วร้อยละ 70 ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ซึ่งมีการปลูกสร้างรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศ 2 แห่ง
นอกจากนี้ ที่บริเวณบ้านดงสุวรรณ ต.จอมสวรรค์ พบมีการแผ้วถางพื้นที่บนยอดเขาสูงจนเตียน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบปรากฏว่าเป็นที่ดินซึ่งมีโฉนด จำนวน 468 ไร่ ในบริเวณเดียวกันพบรถยนต์ยี่ห้อซูซูกิ วีทาร่า ทะเบียน ศฮ 6115 กรุงเทพมหานคร ด้านข้างประตูรถมีสติกเกอร์ บริษัท ไทยรับเบอร์ซิตี้ จำกัด ซึ่งเรื่องนี้จะมีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินพิสูจน์ทราบอีกครั้งว่าโฉนดดังกล่าวที่ผู้ครอบครองที่ดินนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้มาโดยชอบหรือไม่ เพราะลักษณะของพื้นที่น่าจะมีความสูงมากเกินกว่าจะสามารถออกโฉนดได้
ส่วนที่บริเวณสวนป่ากิ่วทัพยั้งคาดว่า จะมีการบุกรุกพื้นที่สวนป่าไม่น้อยกว่า 50 ไร่ ซึ่งจะตรวจสอบรายละเอียดการถือครองอีกครั้ง เพราะจากภาพที่ปรากฏทางอากาศ การถือครองน่าจะอยู่ในเขตสวนป่าอย่างชัดเจน
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่พบว่ามีผู้กระทำผิดอย่างชัดเจน ในบริเวณพื้นที่ปลูกป่าของหน่วยจัดการต้นน้ำแม่สลอง อ.แม่จัน แต่ยังไม่มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องหรือบุคคล ที่จะเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ทำให้ตำรวจอาจจะต้องทำหนังสือไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบโดยตรง เพื่อประสานการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป
นายวรวิทย์ เชื้อสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมด มีการรายงานเข้าไปยังส่วนกลางเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาที่จะมีการสั่งการอย่างไรต่อไป อย่างไรก็ตามปัญหานี้อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานราชการหลายหน่วย ซึ่งแต่ละส่วนคงต้องว่ากันไปตามบทบาทหน้าที่ตามรูปการณ์ของปัญหา
แหล่งข่าวจากข้าราชการระดับสูงใน จ.เชียงราย กล่าวว่า ปัญหานี้แม้จะพบการกระทำผิดอย่างเด่นชัด แต่ผลทางคดียังไม่มีความคืบหน้า เป็นเพราะมีส่วนเกี่ยวพันกับหน่วยงานราชการหลายหน่วยที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะหากจะมีการตรวจสอบกันในทางลึกต่อตัวบุคคลและหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของป่าไม้ และที่ดิน เพราะเรื่องนี้จะต้องไล่มาตั้งแต่การเข้าครอบครองเพื่อทำประโยชน์ ตลอดจนการออกโฉนดทับพื้นที่ป่าตามขั้นตอนและกระบวนการจัดการ กระทั่งได้มาซึ่งโฉนดที่ดิน
พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดกรณีออกโฉนดทับที่สวนป่ากิ่วทัพยั้งและสวนป่าแม่สลอง ว่า ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว แต่ผลการประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เนื่องจากยังขาดเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกส่วนหนึ่ง ขณะที่สำนวนการสอบสวนก่อนหน้านี้ทั้งในส่วนของกรมป่าไม้และ ตำรวจยังพบข้อพิรุธที่ขัดกัน คาดว่าหลังจากได้รับเอกสารจากหน่วยงานอื่นในสัปดาห์หน้าทุกอย่างจะชัดเจนกว่านี้
พล.ต.ต.ทรงธรรมกล่าวว่า หลังจากนำข้อเท็จจริงจากสำนวนเดิมของกรมป่าไม้และของตำรวจภูธรภาค 5 มาประมวลร่วมกันแล้ว พบว่าในการดำเนินคดีฮุบที่สวนป่ากิ่วทัพยั้งในปี 2547 มีการนำชื่อคนที่เสียชีวิตแล้วไปมาดำเนินคดี ซึ่งเรื่องนี้จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการสวมชื่อผู้ต้องหาหนีผิด อย่างไรก็ดีจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวนเดิมมั่นใจว่าจะมีน้ำหนักเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตัวจริงได้ ส่วนกรณีที่นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แนะให้ตำรวจเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปดูรายละเอียดในข้อกฎหมายว่าจะสามารถทำได้หรือไม่



