
ใครสองมาตรฐานกันแน่
หลังจากรู้ผลการตัดสินของศาลว่าด้วยคดีกล้ายางแล้ว ที่ต้องลุ้นต่อไปคือ คดีหวยบนดิน 30 กันยายนนี้ ห่างกันไม่กี่วันจะได้ทราบว่าวิธีการพิจารณาความที่ คตส.ต่อมาเป็น ป.ป.ช.รวบรวมหลักฐานสืบสวนสอบสวนเสนอผ่านอัยการมาถึงศาลนั้น จะมีความชัดเจนมากหรือน้อยกว่าคดีกล้าย
ที่น่าสนใจคือเรื่องของสองมาตรฐานที่ คุณทักษิณ ชินวัตร เคยกล่าวหาระบบยุติธรรม แต่วันนี้หลังจากที่ศาลยกฟ้อง 44 คน หลายคนเป็นส่วนหนึ่งของคณะรัฐมนตรีคุณทักษิณ
ปรากฏว่า คุณทักษิณเขียนลงในทวิตเตอร์ทันทีเลยเมื่อวันจันทร์ (21 ก.ย.) บอกว่าคำตัดสินคดีกล้ายางคงอธิบายให้สังคมไทยได้กระจ่างขึ้นเยอะ เท่ากับ คมช.กล่าวหาเท็จว่า รัฐบาลคุณทักษิณทุจริตโดยใช้ คตส.เป็นเครื่องมือ และคุณทักษิณจบลงด้วยบอกว่า คดีที่ว่าเจ๋งยังหลุด
แปลว่าอะไร ? ...แปลว่า คุณทักษิณ ก่อนหน้านี้ที่ประกาศว่าไม่เชื่อมั่นในระบอบยุติธรรมของไทย จนตัวเองต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปอยู่ต่างประเทศ หลังจากที่ศาลตัดสินจำคุก 2 ปีคดีที่ดินรัชดาฯ วันนี้กลับบอกว่าระบบยุติธรรมของไทยนี่สามารถที่จะให้ความเป็นธรรมแก่เขาและรัฐบาลของเขาได้
ซึ่งก็แปลว่าการตัดสินใดๆ ของศาลไทย ถ้าเป็นไปอย่างที่คุณทักษิณต้องการหรือเห็นด้วย ก็จะถือว่าเป็นมาตรฐานที่ยอมรับได้ แต่ถ้ามีคำตัดสินใดของศาลที่คุณทักษิณเสียประโยชน์หรือไม่เห็นด้วย หรือกระทบต่อพรรคพวกของเขา เขาก็จะบอกว่าเป็นสองมาตรฐาน จะหาว่ามีการกลั่นแกล้งกัน ฉะนั้นเอาอะไรไม่ได้กับคุณทักษิณ
คุณทักษิณ นี่แหละคือคนที่มีสองมาตรฐานอย่างแท้จริงปฏิเสธไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ว่าถ้าคุณทักษิณจะยอมเชื่อมาตรฐานของศาลไทยและกลับมาติดคุก 2 ปี ก็จะสามารถที่จะใช้กระบวนการศาลยุติธรรมที่คนไทยทั่วประเทศขณะนี้พึ่งพาให้ความเชื่อถือศรัทธาอยู่และความยุติธรรมก็จะเกิดขึ้น
เพราะว่าเอาเข้าจริงๆ แล้วความยุติธรรมที่คุณทักษิณเรียกร้องนั้นไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้จากที่คุณทักษิณพิจารณาว่า อะไรที่เขาเห็นด้วยกับอะไรที่เขาไม่เห็นด้วย และกลายเป็นข้อหาจากคุณทักษิณว่า ระบบศาลไทยมีสองมาตรฐาน
วันนี้พิสูจน์แล้วว่าศาลไทยนั้นตัดสินบนพื้นฐานของข้อมูลข้อเท็จจริง ไม่เกี่ยวกับสีและไม่เกี่ยวกับว่าคุณทักษิณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม
คุณทักษิณกลับมาสู่ระบอบยุติธรรมไทยที่คนไทย 63 ล้านคนยังยอมรับเคารพนับถือ แล้วคุณทักษิณจะเป็นพลเมืองตัวอย่างได้อีกคนหนึ่ง มิฉะนั้นจะกลายเป็นพลเมืองหนีคุก พลเมืองที่เป็นนักโทษอยู่ต่างประเทศอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้
สุทธิชัย



