
สืบแบบ"โบราณ"จับลักทรัพย์..สุวรรณภูมิ
เมื่อเกลือเป็นหนอนวิธีกำจัดเดียวที่ได้ผล คือ การปลอมตัวเข้าไปควานหาตัว ดังนั้น ปฏิบัติการล่าโจรลักทรัพย์ในสนามบินสุวรรณภูมิของตำรวจปากน้ำ จึงกินเวลาค่อนข้างนานกว่าจะประสบผลสำเร็จ แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเมื่อลากคอมาดำเนินคดีได้ยกแก๊ง !?!
บ่อยครั้งและนานมาแล้วที่ตำรวจสมุทรปราการได้รับแจ้งจากผู้โดยสารทั้งชาวไทยและต่างชาติว่า ถูกลักทรัพย์สินมีค่าจากกระเป๋าเดินทางที่โหลดใต้ท้องเครื่องบิน พล.ต.ต.ชิษณุพงษ์ ยุกตะทัต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.ท.ศิริชัย ครูประเสริฐวัฒนา รอง ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมฝ่ายสืบสวน สภ.ราชาเทวะ หาเบาะแสเรื่อยมา กระทั่งมีข้อมูลที่เชื่อได้ว่าพนักงานสายการบินส่วนคัดแยกกระเป๋า และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของพนักงานส่วนคัดแยกสัมภาระมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ปฏิบัติการรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดจึงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา
ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่งได้รับมอบหมายให้ปลอมตัวเข้าไปทำงานร่วมกับพนักงานส่วนคัดแยกกระเป๋าของสายการบินแห่งหนึ่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ พวกเขาทำงานได้อย่างกลมกลืนกับพนักงานทั่วไป ขณะเดียวกันก็คอยสังเกตความเคลื่อนไหวต่างๆ จนทราบว่าขั้นตอนการขนกระเป๋าลงสายพานก่อนขึ้นเครื่องมีความเข้มงวดกวดขันมาก โดยสายการบินแต่ละแห่งจะจัดจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายการบินโดยตรง แต่กระนั้นก็ยังมีพนักงานบางคนทุจริตต่อหน้าที่ โดยร่วมมือกันระหว่างพนักงานคัดแยกสัมภาระกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่คอยสอดส่องดูการทำงาน
อย่างไรก็ดี การทำงานระยะแรกๆ ชุดสืบสวนในคราบพนักงานแฝงตัวเพียงแต่ทราบระแคะระคายการกระทำผิดเท่านั้น แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนพอเอาผิดได้ จึงทำงานเก็บข้อมูลอยู่เงียบๆ กระทั่งเวลาผ่านไปนานร่วมเดือน พวกเขาเริ่มมีความสนิทชิดเชื้อกับพนักงานขนกระเป๋าสายการบินแห่งหนึ่ง ถึงขั้นไว้เนื้อเชื่อใจนำทรัพย์สินที่ได้จากการลักทรัพย์จากกระเป๋าเดินทางผู้โดยสารมาเสนอขายหลายรายการ
"เราแฝงตัวอยู่นานจนรู้ถึงพฤติกรรมผิดปกติของพนักงานกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นของสายการบินที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย ประกอบด้วย พนักงานลำเลียงสัมภาระ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสายการบินโดยตรง และพนักงานคลังสินค้า ร่วมมือกันลักทรัพย์สินในกระเป๋าผู้โดยสาร" หนึ่งในชุดสืบสวนแฝงตัวบอกกับ "คม ชัด ลึก"
สำหรับขั้นตอนลักทรัพย์เริ่มจากพนักงานขนสัมภาระเลือกกระเป๋าทรงอ่อนระบบซิปปิดเปิด หลีกเลี่ยงกระเป๋าไฟเบอร์ และเน้นเฉพาะผู้โดยสารขาออก เพราะมีเวลามากพอให้ขโมยทรัพย์สิน แล้วเลือกคลำดูว่ามีสิ่งของมีค่าอะไรอยู่ภายในกระเป๋าบ้าง จากนั้นก็ใช้ปากกากระแทกซิปให้เปิดแล้วล้วงเอาทรัพย์สิ่งของมีค่าไป แล้วกดปิดซิปให้กลับคืนสู่สภาพเดิม เพียงเท่านี้ก็ไม่ปรากฏรอยเปิดผนึกที่เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินโหลดกระเป๋าปิดทับเอาไว้ จากนั้นก็ซุกซ่อนไว้ตามเข็มขัด บ้างก็ในกางเกงใน เมื่อถึงเวลาออกเวรเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ร่วมมือกันก็จะตรวจสอบอย่างลวกๆ ไม่ละเอียดถี่ถ้วนเหมือนกับพนักงานคนอื่น และด้วยทำงานมานานจึงรู้ดีว่า จุดไหนติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ ช่วยให้หลีกเลี่ยงอำพรางได้ง่าย
เมื่อได้ข้อมูลมาครบถ้วน ชุดสืบสวนในคราบพนักงานแฝงตัวก็แสดงท่าทีสนใจสินค้า ก่อนจะนัดซื้อขายทรัพย์สินมีค่า แล้วไปขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นตู้ล็อกเกอร์ที่ทำงานและบ้านพัก เรืองวุฒิ อารมณ์เย็น วัย 27 ปี คณิต นิกะตานนท์ วัย 25 ปี พนักงานขนกระเป๋า วีระศักดิ์ แก้วปา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย วัย 31 ปี นิทัศน์ แจ่มศรี พนักงานคลังสินค้า วัย 28 ปี พบของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่างๆ 30 เครื่อง กล้องถ่ายรูป นาฬิกา คอมพิวเตอร์พกพา เครื่องเล่นเกม เอ็มพี 3 อีซี่ดิกท์ สร้อยข้อมือและสร้อยคอทองคำ เงินสกุลต่างๆ และของมีค่าอีกหลายรายการ จึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์
พล.ต.ต.ชิษณุพงษ์ กล่าวเตือนว่า เวลาโดยสารเครื่องบินไม่ว่าจะเป็นการสายการบินในหรือต่างประเทศ อย่านำทรัพย์สินมีค่าทุกประเภทใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง แล้วโหลดลงใต้ท้องเครื่องบิน ทางที่ดีควรนำติดตัวไว้ดีกว่า หรือก่อนโหลดกระเป๋าเดินทางให้ชั่งน้ำหนักมาก่อนถึงสนามบิน น้ำหนักจะได้ไม่เกิน จากนั้นให้ใช้พลาสติกใสห่อหุ้มกระเป๋าไว้อีกชั้นหนึ่ง ติดเทปกาวให้เรียบร้อย ป้องกันแก๊งมิจฉาชีพลักทรัพย์สินภายในกระเป๋า เนื่องจากต้องเสียเวลามากและยุ่งยาก หรือแทบไม่มีโอกาสให้ขโมยทรัพย์สินได้



